แม่ทัพภาคที่ 2 นำคณะเสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ ลงพื้นที่ชายแดนช่องจอม รับฟังข้อมูล - ดูภาพหลักฐานอาคารสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นแหล่งอาชญากรรมทางไซเบอร์

วันที่ 10 ก.พ. 69 เวลา 10.00 น. พลเอก Romeo S. Brawner Jr. เสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ และคณะ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบก มาลงจอดที่สนามจอด ฮ. ชั่วคราว ภายในศูนย์การพัฒนาพื้นที่ชายแดน ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์

โดยมี พล.ท.วีระยุทธ์ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผบ.กกล.สุรนารี และรอง ผบ.กกล.สุรนารี ให้การต้อนรับ ก่อนจะนำคณะเดินทางไปยังห้องประชุม หน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ 2 ไทย-กัมพูชา บริเวณหน้าด่านจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยมี พล.ท.ทรงวิทย์ วายุเหือด เจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมคณะฝ่ายไทย ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ เพื่อตรวจเยี่ยมและศึกษาดูงานในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพไทย–ฟิลิปปินส์ รวมถึงรับฟังข้อมูลแหล่งอาชญากรรมทางไซเบอร์ และขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ (Scammer) ซึ่งเป็นปัญหาร่วมที่ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน

โดยคณะได้รับฟังการบรรยายสรุปภารกิจของกองทัพภาคที่ 2 โดยเฉพาะภาพรวมสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งยังคงมีความอ่อนไหวในบางพื้นที่ กองทัพได้ดำเนินการเฝ้าระวัง ควบคุมสถานการณ์ และบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านมนุษยธรรม และการสัญจรตามแนวชายแดน และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค 

โดยใช้เวลารับฟังบรรยายสรุป ประมาณ 1 ชม.ก่อนที่คณะจะออกห้องประชุม และเดินไปดูแผนผังข้อมูลสแกมเมอร์ในพื้นที่ช่องจอม ที่กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี ที่ได้จัดเตรียมเอกสารข้อมูลไว้ โดยแบ่งออกเป็น 7 พื้นที่ 28 อาคาร พร้อมภาพหลักฐานห้องทำงานของสแกมเมอร์ต่างๆ ทั้งห้องจำลองสถานีตำรวจ หลายประเทศ ธนาคารจำลอง คอมพิวเตอร์ รวมทั้งเอกสารที่ใช้หลอกลวงต่างๆ ที่มีหลายภาษาจากหลายประเทศทั่วโลก อีกเป็นจำนวนมาก

จากนั้น คณะได้เดินข้ามประตูด่านจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ไปยังฝั่งโอรเสม็ด กัมพูชา จุดที่ทหารไทยสามารถควบคุมพื้นที่ได้ บริเวณบ่อนกาสิโนทั้ง 2 แห่ง เพื่อให้คณะเสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ ได้ดูบริบทสถานที่จริง และสังเกตการณ์พื้นที่สแกมเมอร์ดังกล่าว

ต่อมาเวลาประมาณ 11.30 น. คณะเสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ ได้เดินทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ที่สนามจอดฮอ ภายในศูนย์การพัฒนาพื้นที่ชายแดน จ.สุรินทร์ ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อเดินทางไปยัง สนาม ฮ. รร.ภูมิซรอลวิทยา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ในเวลา 13.00 น. เพื่อเดินทางไปยังภูมะเขือ และพื้นที่บ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ต่อไป โดยไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด

...

ทั้งนี้ การเดินทางเยือนประเทศไทยของเสนาธิการทหารกองทัพฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ ถือเป็นการเน้นย้ำความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทย และกองทัพฟิลิปปินส์ที่แน่นแฟ้นยาวนาน อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความไว้วางใจระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อนำมาซึ่งเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคอาเซียนสืบไป