สระแก้ว ประชุมสรุปจ่ายเงินผู้อพยพ ประสบภัยชายแดน บ้านพังจากการสู้รบ โอนก้อนเดียวไม่แบ่งจ่าย ไม่ต้องแสดงหลักฐานเพิ่ม คาดเงินถึงมือไม่เกินปลายสัปดาห์หน้า

วันนี้ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ว่าการอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว มีการประชุมชี้แจงรายละเอียดการจ่ายเงินเยียวยาแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กระสุน BM-21 จากฝั่งกัมพูชาตกใส่พื้นที่บ้านเรือนประชาชน โดยมี นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอำเภอโคกสูง เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังและชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย

การประชุมครั้งนี้มีขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจและสรุปแนวทางการจ่ายเงินเยียวยา หลังจากก่อนหน้านี้ประชาชนบางส่วนยังมีความกังวลเกี่ยวกับยอดเงินช่วยเหลือ ความล่าช้าในการโอนเงิน รวมถึงหลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายของบ้านเรือน


เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชี้แจงว่า การช่วยเหลือที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยมีการจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับผู้ประสบภัยไปแล้ว แต่จากการตรวจสอบในภายหลังพบว่า บ้านเรือนหลายหลังได้รับความเสียหายรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ในช่วงแรก บางหลังเสียหายเกือบทั้งหลัง ทำให้เงินช่วยเหลือเดิมไม่เพียงพอจึงได้มีการประสานให้ช่างผู้เชี่ยวชาญจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอย่างละเอียดทุกหลัง โดยใช้หลักเกณฑ์การประเมินตามราคากลาง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ไม่สามารถประเมินตามวัสดุหรือคุณภาพเฉพาะของบ้านแต่ละหลังได้ทั้งหมด

ภายหลังการสำรวจ ได้มีการเสนอเรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยครบถ้วนแล้ว โดยเงินส่วนที่เกินจากการช่วยเหลือเบื้องต้น หากประชาชนรายใดเคยสำรองจ่ายไปก่อน จะคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์


สำหรับรูปแบบการจ่ายเงินเยียวยา เจ้าหน้าที่ชี้แจงชัดเจนว่า จะเป็นการจ่ายเป็นเงินก้อนครั้งเดียว ไม่แบ่งจ่ายเป็นงวด โดยยอดเงินของแต่ละหลังจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายที่ช่างประเมิน บางหลังที่เสียหายทั้งหลังอาจได้รับเงินเยียวยาสูงถึงหลักล้านบาท ซึ่งถือเป็นยอดสูงสุดตามกรอบที่ได้รับการอนุมัติ

ในส่วนของขั้นตอนหลังได้รับเงิน ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องแสดงเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากมีการประเมินสภาพความเสียหายจริงจากช่างไปแล้ว ประชาชนสามารถนำเงินไปดำเนินการซ่อมแซมหรือสร้างบ้านใหม่ได้เอง จะเลือกจ้างช่างรายใด หรือย้ายไปสร้างในพื้นที่ใหม่ หากพื้นที่เดิมมีความเสี่ยง ก็สามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสม

ด้านกรอบระยะเวลาในการโอนเงิน เจ้าหน้าที่คาดว่าเงินเยียวยาจากสำนักนายกรัฐมนตรีจะถึงมือประชาชน ไม่เกินปลายสัปดาห์หน้า หลังจากอำเภอรวบรวมเอกสารประกอบส่งตามขั้นตอน ซึ่งขณะนี้เอกสารส่วนใหญ่ได้จัดเตรียมไว้ครบถ้วนแล้ว


ขณะที่ คุณนิภาวรรณ เพ็ชรสมบัติ อายุ 37 ปี หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า ยอมรับว่ายังคงมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน โดยเฉพาะหากเกิดการปะทะเป็นรอบที่ 3 ซึ่งคาดว่าอาจรุนแรงกว่าที่ผ่านมาตอนนี้ตนเองได้รับเงินเยียวยาบางส่วนแล้ว จึงรีบจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์เพื่อเตรียมซ่อมแซมบ้าน เนื่องจากขณะนี้ตนเองและครอบครัวต้องไปอาศัยบ้านญาติพี่น้องมานานนับเดือนแล้ว

...

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่อยู่ในเงื่อนไขการเยียวยา อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติม แม้จะไม่ได้เต็มจำนวนก็ไม่เป็นไร แต่ก็อยากได้รับการช่วยเหลือบ้าง เพื่อบรรเทาภาระของผู้ประสบภัย

หลังการประชุมและได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการจ่ายเงินเยียวยา บรรยากาศโดยรวมเป็นไปในทิศทางที่ดี ชาวบ้านส่วนใหญ่แสดงความพึงพอใจ เนื่องจากยอดเงินที่ได้รับสามารถนำไปซ่อมแซมบ้านเรือนให้กลับมาอยู่อาศัยได้ตามปกติ ความตึงเครียดและความกังวลที่สะสมมาตลอดหลายเดือนเริ่มคลี่คลาย และรอยยิ้มของผู้ประสบภัยก็กลับมาอีกครั้ง.