“เสี่ยปรีชา” เสี่ยใจดีที่ จ.อุดรฯ ประกาศงดแจกอั่งเปา “ตรุษจีน” ตั้งแต่ปีนี้ แจงเหตุผล กลัวเป็นประเด็นเนื่องจากใกล้เลือกตั้ง และที่ผ่านมาให้สังคมมาเยอะแล้ว

วันที่ 6 ก.พ. 69 ที่ห้องประชุมมูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานี เขตเทศบาลนครอุดรธานี ได้มีพิธีส่งมอบตำแหน่งประธานมูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานี จากนายวิศิษฐ์ เอื้อวงศ์กุล ประธานสมัยที่ 5 มาเป็น นายชาญชัย ธนปุระ ประธานสมัยที่ 6 ซึ่งมีนายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน รอง ผวจ.อุดรธานี นายกิตติกร ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี พร้อมด้วยอดีตประธานศาลเจ้าปู่-ย่า สมัยที่ผ่านมา รวมไปถึงบรรดาตัวแทนของตระกูลแซ่ในจังหวัดอุดรธานี ก็เดินทางมาร่วมเป็นเกียรติเป็นสักขีพยาน ซึ่งในการนี้นายปรีชา ชัยรัตน์ ประธานกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า ได้มอบเงิน 1,200,000 บาท ในโครงการอาหารมงคลของมูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า ให้กับนายชาญชัย ธนปุระ ประธานมูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า สมัยปัจจุบันด้วย

หลังจากนั้นนายปรีชา ชัยรัตน์ หรือเสี่ยปรีชา อายุ 76 ปี เจ้าของกิจการโรงน้ำตาลเริ่มอุดม โรงแรมบ้านเชียง ตลาดปรีชา และอสังหาริมทรัพย์ใน จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นเสี่ยใจดี ของ จ.อุดรธานี ที่แจกอั่งเปามาโดยตลอด ประกาศยุติการแจกอั่งเปา ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ หลังจากแจกต่อเนื่องกันมา 40-50 ปีมาแล้ว โดยบอกเหตุผลว่า ประการแรก เพราะเป็นช่วงใกล้วันจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนตรุษจีนไปเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น เกรงว่าจะหมิ่นเหม่ 

ประการที่สอง คือเรื่องของอายุตอนนี้อายุ 76 ปี ที่ผ่านมาความตั้งใจของการแจกอั่งเปามีระยะเวลาที่พอสมควรแล้ว อายุมากขึ้นก็ถึงเวลาที่จะยุติสิ่งที่ตั้งใจทำมา ประการที่สาม คือทุกปีก็จะเห็นผู้คนมารอรับอั่งเปากันตั้งแต่ 03.00-04.00 น. กว่าจะได้รับครบก็ 10 โมงเช้า ต้องเสียเวลาทำมาหากินไปหนึ่งวัน บางทีมันก็ไม่คุ้มที่จะมารอรับ ไปทำงานน่าจะได้เงินมากกว่า จึงไม่แจกอั่งเปาในปีนี้ รวมทั้งการยุติในการที่จะแจกอั่งเปาในปีต่อ ๆ ไปด้วย


“สาเหตุที่ต้องงดแจกอั่งเปาเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ มันเหมือนกับว่าเราไปทำผิดระเบียบการเลือกตั้ง ซึ่งเราไม่ทราบ วันตรุษจีนปีนี้ คือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ส่วนการเลือกตั้ง สส. คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ถ้าเราแจกไปมันจะเป็นอะไรหรือเปล่า จะมีเหตุอะไรอีกหรือเปล่า ก็เลยขอยุติเป็นสาเหตุหลัก สาเหตุที่ 2 คือแจกอั่งเปามา 40-50 ปีแล้ว วันนี้ตนมีอายุ 76 ปีแล้ว สมควรจะต้องพักผ่อนแล้ว ผมให้กับสังคมมากแล้ว แล้วก็ถือโอกาสอวยพรในเทศกาลตรุษจีนหรือว่าปีใหม่ของชาวจีน ให้ทุกคนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและยืนหยัดต่อสู้กับสภาวะเศรษฐกิจที่ในช่วงปีนี้ ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร” แต่สื่อพอถามเรื่องการเมืองว่า สีไหนจะมา สีไหนนำ สีไหนจะเข้า เสี่ยปรีชา ถึงกับยกนิ้วจุ๊ปาก เป็นสัญลักษณ์ว่าไม่พูด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หากย้อนเวลากลับเทศกาลตรุษจีนทุก ๆ ปี บริเวณหน้าบ้านสำลีเงิน ถนนนิตโย ก็จะมีผู้คนไปรอรับแจกอั่งเปา ซึ่งก็มีอยู่สองประเด็นเท่าที่เรารวบรวมมา ประเด็นแรกก็คือต้องการเงินอั่งเปาเพื่อเป็นสิริมงคลเอาไปต่อยอดในการลงทุน ประเด็นที่สองก็คือ นำเงินจากอั่งเปาไปใช้จ่ายกัน เสี่ยปรีชาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ตั้งแต่เริ่มแรกว่า การแจกอั่งเปาเริ่มขึ้นจากที่มีลูกน้องมาขออั่งเปา 200 บาท จากนั้นก็กลายเป็นอั่งเปาที่แจกให้กับผู้คน ซึ่งก็แจกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งต้องจัดระเบียบให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสเข้าไปรับอั่งเปาในลำดับต้นก่อน ซึ่งตรุษจีนในปีนี้ก็จะไม่มีภาพอย่างนั้น เกิดขึ้นที่บริเวณหน้าบ้านสำลีเงินอีกต่อไป ให้เหลือเฉพาะตำนานเล่าขานให้ลูกหลานฟัง