สืบภาค 4 กวาดล้างก่อนเลือกตั้ง ค้นบ้านหนุ่มเมืองพล ยึดอาวุธปืนแบลงค์กัน พร้อมกระสุนเพียบ ยอมรับสั่งซื้อจากออนไลน์ มาสะสม เพราะความชอบ ยันไม่เคยนำไปยิงที่ไหน
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 พลตำรวจตรีภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ รอง ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.พีระฉัตร สาขา ผกก.สภ.พล นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พล นำหมายค้น เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ตามนโยบายของตำรวจภูธรภาค 4 ที่สั่งให้ตำรวจในทุกพื้นที่ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายก่อนการเลือกตั้ง
โดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.4 ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นที่บ้านพักของนายชวลิต อายุ 27 ปี ในอำเภอพล จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากต้องสงสัยว่าในบ้านพักหลังดังกล่าวจะมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนเอาไว้ เนื่องจากมีเบาะแสว่าเจ้าของบ้านชอบสั่งซื้ออาวุธปืนผ่านออนไลน์ จึงนำหมายค้นเข้าตรวจค้น พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 7 กระบอก, ลูกกระสุน .380 จำนวน 276 นัด, ลูกกระสุน .38 จำนวน 9 นัด, ลูกกระสุน 9 มม. จำนวน 9 นัด, กระสุนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 51 นัด, ลำกล้องปืน จำนวน 13 ลำกล้อง และสิ่งเทียมอาวุธปืน เป็นอาวุธปืนแบลงค์กัน จำนวน 7 กระบอก, กระสุนแบลงค์กัน จำนวน 286 นัด, อาวุธปืนอัดแก๊ส(ปืนอัดลม,ปืนสั้น) จำนวน 7 กระบอก
...
ผบก.สส.ภ.4 กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจภูธรภาค 4 มีคำสั่งให้ตำรวจในพื้นที่ภาค 4 ทั้ง 12 จังหวัดทำการตรวจค้นจับกุมตามเป้าหมายก่อนการเลือกตั้ง สส.ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 8 ก.พ.นี้ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และจากการสอบสวนในเบื้องต้น นายชวลิต ให้การว่า ชอบปืนมาตั้งแต่เด็ก พอโตเป็นวัยรุ่น ไปขายสินค้าที่หน้าโรงงานช่วยมารดา เก็บเงินเพื่อสั่งซื้ออาวุธปืนแบลงค์กันนานาชนิดผ่านทางออนไลน์ และอุปกรณ์ส่วนควบมาเพื่อดัดแปลง โดยจะซื้อมาในราคากระบอกละ 6,000-8,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นที่สั่งซื้อ เพื่อสะสมตามความชอบ โดยที่ไม่เคยนำไปยิงหรือซ้อมยิงที่ไหน เพียงแค่มีไว้ชม และได้จับต้องในบ้านของตัวเองเท่านั้น
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายชวลิต พร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พล ดำเนินคดีในข้อหามีอาวุธปืนและ/หรือเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหา ทำ ประกอบ ดัดแปลง หรือซ่อมแซมอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะมีการสืบสวนขยายผลไปยังบุคคลที่จำหน่ายอาวุธปืนทางออนไลน์ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป