“ดร.เอ้” ปราศรัยใหญ่โคราช จี้ “รถไฟความเร็วสูง” ต้องเสร็จ ย้ำ “การศึกษาคือเศรษฐกิจ การศึกษาคือยาแก้จน” พร้อมเตือนรับเงินเท่ากับโกงลูกหลาน ด้าน “คุณหญิงกัลยา” ชู “ชุมแพโมเดล” แก้จน


วันที่ 20 ม.ค. 69 มีรายงานว่า วานนี้ (19 ม.ค.) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังจบเวทีปราศรัยใหญ่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ตลาดเซฟวัน จ.นครราชสีมา ประกาศวิสัยทัศน์มุ่งแก้ปัญหาความยากจนและเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อชาวอีสาน

คุณหญิงกัลยา เล่าว่า จากการลงพื้นที่พบว่าเด็กๆ มีความฝันมากมาย แต่ไม่ได้มีโอกาส เพราะเราต้องเรียนฟรีจริง ๆ ตนไม่ได้โม้ เพราะเมื่อก่อนเรามีคนเกิดปีละ 1 ล้านคน ก็จะมีนักศึกษาเต็มไปหมด แต่ขณะนี้คนไม่ค่อยอยากมีลูก ลดลงมาปีละ 400,000 คน ซึ่งงบประมาณเท่าเดิมไม่ต้องขอเพิ่ม พร้อมที่จะส่งลูกหลานของเราทั่วประเทศไปจนจบปริญญาเอกได้หากเรียนได้ หากลูกหลานเรียนสูงๆ ครอบครัวก็ดี งานก็ดี เงินก็ดี คุณภาพชีวิตก็ดี เพราะฉะนั้นการศึกษาจึงเท่ากับปากท้องของครอบครัว ซึ่งเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ตนมายืนอยู่ตรงนี้ได้เพราะรัฐบาล เพราะประเทศไทยให้ตนได้เรียนหนังสือ จึงทำให้ตนภาคภูมิใจที่เกิดเป็นคนอีสาน หลานย่าโม

“วันนี้ตนไปขอพรย่าโมว่าหลานคนนี้ ขอเจริญรอยตามย่าโม นำประเทศก้าวข้ามวิกฤตทำให้คนไทยและประเทศไทยเจริญก้าวหน้า เด็กไทยทุกคนจะต้องได้เรียนหนังสือที่ทันสมัย แข่งขันกับคนอื่นได้” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ เน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะเข้ามายุติความยากจนในภาคอีสาน พร้อมขออาสาเป็นนายกรัฐมนตรีที่จะลงมาเร่งรัดโครงการ “รถไฟความเร็วสูง” ด้วยตนเอง เพื่อให้โครงการเสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดและต้องมีความปลอดภัย โดยระบุว่า หากโครงการยังล่าช้าโดยเฉพาะช่วงผ่าน จ.นครราชสีมา จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของภูมิภาค พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะคืนศักดิ์ศรีให้คนไทย และต้องไม่เกิดเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยอย่างเครนถล่มรายวันอีกต่อไป

...

นอกจากนี้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ยังได้กล่าวเตือนสติพี่น้องประชาชนเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียงว่า “ถ้าท่านรับเงินไปเลือก ท่านกำลังทุจริตคอร์รัปชันลูกท่านอยู่” เพราะเงินที่รับไปจะย้อนกลับมาทำร้ายอนาคตลูกหลานผ่านโครงการก่อสร้างที่ไม่ได้คุณภาพและการศึกษาที่ไม่พัฒนา พร้อมขอคะแนนเสียงให้เลือกทั้งคนและพรรคเบอร์ 49 เพื่อให้ตนเองมีกำลังมากพอที่จะนำทีมงานระดับโลกเข้ามาแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และดึงอุตสาหกรรมใหม่มาสู่อีสาน

ด้าน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เปิดเผยว่า ได้เดินสายหาเสียงมาแล้ว 4-5 จังหวัด ทั้งขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด จนมาถึงนครราชสีมาและอำเภอสีคิ้ว โดยระบุว่าในฐานะ “ลูกหลานชาวสีคิ้ว” ตนมีความตั้งใจที่จะตอบแทนคุณแผ่นดินอีสานและประเทศไทย ด้วยการผลักดัน “ชุมแพโมเดล” ซึ่งเป็นโครงการที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จในการทำให้เกษตรกรร่ำรวยขึ้นได้จริง

ทั้งนี้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ยังกล่าวถึงเหตุโศกนาฏกรรมเครนรถไฟถล่มในพื้นที่สีคิ้ว ว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ “น้องไนท์” หญิงสาววัย 25 ปี ชาวขอนแก่น ที่เดินทางมาทำงานในกรุงเทพฯ มีความฝันจะปลูกบ้านให้แม่ ก่อนเสียชีวิตได้โอนเงินให้แม่ซื้อประตูบ้าน 1 หมื่นบาท และกำลังเดินทางไปอุบลราชธานีเพื่อเริ่มต้นธุรกิจกับแฟนหนุ่ม และสร้างบ้านใหม่ แต่ความฝันกลับถูกตัดขาดจากเหตุการณ์ดังกล่าว

“แม่ของน้องบอกว่า ไม่อยากได้เงินเยียวยา แต่อยากได้ชีวิตลูกคืน คำถามคือ ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดกับลูกคนอีสานผู้กตัญญู เป็นท่านจะทนไหม”

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ในฐานะวิศวกร กล่าวว่า รถไฟความเร็วสูงคือความเจริญของอีสาน แต่ปัญหาคือการบริหารจัดการที่ล้มเหลว ทำให้โครงการล่าช้าและเกิดอุบัติเหตุ หากตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะลงไปตรวจงานด้วยตนเอง เพื่อให้การก่อสร้างได้มาตรฐาน ปลอดภัย และเสร็จตรงเวลา

“ถ้าหากผมเป็นนายกฯ ผมจะมาดูงานรถไฟความเร็วสูงด้วยตัวของผมเอง จะได้เห็นการก่อสร้างที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย เสร็จรวดเร็วทุกช่วง ผมขออาสา และหากอีสานรวย ประเทศก็รวย นี่คือความจริง เด็กอีสานขยันที่สุด สร้างตึกสูงในกรุงเทพฯ แต่ไม่เคยรวยขึ้น เราต้องมีอุตสาหกรรมใหม่อยู่ที่อีสาน รถไฟความเร็วสูงต้องพาโรงงาน พางาน พาเงินเดือนหลักแสนมาสู่คนอีสานที่นี่”

นอกจากนี้ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า พื้นที่อีสานเหมาะสมกับการตั้งโรงงานแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และอุตสาหกรรมไฮเทค พร้อมย้ำว่า พรรคไทยก้าวใหม่ไม่ขายฝัน แต่ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และคนมืออาชีพ แก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม และความยากจนให้จบครบในครั้งเดียว พร้อมย้ำว่า “ศัตรูของเราไม่ใช่พรรคการเมืองใด ๆ แต่คือความยากจน คอร์รัปชัน และความเหลื่อมล้ำ”

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ระบุว่า เหตุผลที่ต้องเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ เพราะเป็นพรรคที่ชูการศึกษา และมีตัวอย่างเป็นรูปธรรม เด็กอีสาน ลูกชาวบ้านยากจน อย่างคุณหญิงกัลยาที่ได้เป็น ดร. ทางฟิสิกส์ และวันนี้ก็เป็นศิษย์เก่าดีเด่นของมหาวิทยาลัยอันดับโลก อิมพีเรียล คอลเลจ พร้อมย้ำว่า การศึกษาคือหัวใจสำคัญ

...

“เบื่อไหมครับ การเมืองเดิม ๆ เลือกคนเดิม พรรคเดิม ประเทศถดถอยแบบนี้ ถ้าคนเดิมทำได้ อีสานคงรวยไปนานแล้ว แต่ทำไม่ได้จริง ๆ เพราะฉะนั้นต้องเปิดหัวใจเลือกสิ่งใหม่” ดร.สุชัชวีร์กล่าว พร้อมย้ำว่า พรรคไทยก้าวใหม่มีแคนดิเดตเป็นคนสีคิ้ว คนโคราช คนอีสานแท้ ๆ และเป็นตัวอย่างจริงอย่างชัดเจนว่า “การศึกษาคือเศรษฐกิจ การศึกษาคือยาแก้จน” ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กล่าว