เปิดใจ "ป้าแต๋ว" เหยื่อเครนถล่มทับไฟ เล่านาทีเกิดเหตุ ก่อนสูญเสีย "สามีชาวเยอรมัน" ไปต่อหน้า เผยสามีรักประเทศไทย เตรียมจัดงานศพที่ จ.สุรินทร์ ให้ตามคำสั่งเสียที่เคยบอก ก่อนย้ายไปอยู่กับลูกที่เยอรมัน

วันที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านสระใหญ่ ต.หนองขวาว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เพื่อพบนางแต๋ว ไอเมอร์ เทนบริง อายุ 63 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุเครนที่ใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ถล่มทับโบกี้รถด่วนพิเศษขบวนที่ 21 กรุงเทพ-อุบลราชธานี ในเขตพื้นที่ ม.11 บ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และได้เสียสามีชาวเยอรมันคือ นายเฟดิก ไอเมอร์ เทนบริง จากเหตุการณ์ดังกล่าว

โดยพบว่า นางแต๋ว ไอเมอร์ เทนบริง ได้กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านพักของตนเองแล้ว มีผู้ใหญ่บ้าน และเพื่อนบ้านใกล้เคียงเดินทางมาเยี่ยมถามไถ่ตลอดทั้งวัน ส่วนร่างของสามีที่เสียชีวิต ต้องรอให้ลูกเดินทางมาจากประเทศเยอรมัน เพื่อมาตรวจดีเอ็นเอ พิสูจน์เอกลักษณ์ ถึงจะนำมาประกอบพิธีทางศาสนาได้ 

นางแต๋ว ไอเมอร์ เทนบริง เล่าถึงนาทีเกิดเหตุว่า ขณะเกิดเหตุนั้นตนได้ยินเสียงดัง ตนตกใจมาก คิดว่ากัมพูชายิงระเบิดใส่รถไฟที่ตนนั่งอยู่ พอมองไปที่สามี ก็ได้เห็นสามีนอนหงายเท้าชี้ฟ้าเพราะมีเศษเหล็กทับอยู่บนช่วงลำตัว ขณะนั้นตนได้แต่มองสามี แต่ไม่ได้ยินเสียงสามีร้องเรียกเลย จะเข้าไปช่วยแต่ก็เข้าไปช่วยไม่ได้ ตนจึงตะเกียกตะกายออกไปด้านนอกรถไฟ เรียกให้คนเข้ามาช่วยสามี และจะวิ่งเข้าไปช่วยอีกแรงหนึ่ง แต่มีเจ้าหน้าที่ห้ามเอาไว้เพราะเกรงว่าจะเข้าไปโดนเป็นอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

...

ตนก็ได้แต่ตะโกนบอกว่านี่คือสามีตนที่เป็นชาวฝรั่ง ทางเจ้าหน้าที่จึงตะโกนบอกตนให้ออกมา เดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดูแลเอง สำหรับตอนนี้อาการบาดเจ็บของตน ดีขึ้นบ้างแล้ว มีแต่รอยเขียวช้ำบนร่างกาย ที่อยู่บริเวณหน้าผาก เบ้าตา ริมฝีปากล่าง และที่บริเวณท้องเป็นรอยเขียวช้ำ เพราะโดนสิ่งของไม่ทราบชนิดกระแทก 

ทั้งยังบอกอีกว่า ตนได้ติดต่อไปหาลูกสาวที่อยู่เยอรมันแล้ว เพื่อให้บินมาที่ประเทศไทย มาตรวจ DNA พิสูจน์อัตลักษณ์ของสามี ซึ่งลูกสาวมีกำหนดบินมาวันที่ 25 มกราคม 2569 น่าจะได้รับร่างสามีช่วงปลายเดือนมกราคม และจะทำพิธีบำเพ็ญกุศลตามศาสนาพุทธ ที่ จ.สุรินทร์ บ้านเกิดของตน เพราะสามีเคยสั่งเสียเอาไว้ก่อนที่จะบินมาเมืองไทยในครั้งนี้ ว่าหากเป็นอะไรไป ไม่ต้องนำศพกลับประเทศเยอรมัน ให้บำเพ็ญกุศลตามศาสนาพุทธ ภรรยาทำแบบไหน ตนก็จะทำตามภรรยาแบบนั้น สามีตนยังบอกอีกว่าเขารักประเทศไทย หลังจากประกอบพิธีเสร็จ ตนก็จะบินกลับประเทศเยอรมันเพื่อไปอยู่กับลูกสาวต่อไป

ทั้งนี้ ป้าแต๋วยังเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังอีกว่า เมื่อตนได้กลับมาที่บ้านที่จังหวัดสุรินทร์ ตกดึกช่วงที่ตนนอนหลับนั้น ตนผวาได้ยินเสียงดังอยู่ที่หน้าประตู คิดว่ามีคนมาอยู่ที่หน้าประตูบ้าน ได้ยินเสียงคล้ายลมหายใจซูดซาดๆ ดังอยู่ที่หน้าประตู ตนได้ออกมาเปิดประตูดู แต่ก็ไม่เห็นใครจึงคิดว่าเป็นวิญญาณของสามี ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ยังคงทำให้ตนนั้นติดตาภาพสามีตอนที่เกิดอุบัติเหตุไม่ลืมเลือน