พ่อน้ำคลอ เดินทางมารับร่างลูกสาว หนึ่งในผู้เสียชีวิตเหตุ "เครนถล่มทับรถไฟ" อ.สีคิ้ว จ.โคราช เผยเศร้าเป็นสัปเหร่อมาจนอายุ 71 ปี เห็นคนตายเป็นพันๆ ศพ ไม่คิดว่าจะมาเห็นลูกตัวเองแบบนี้
วันที่ 15 มกราคม 2569 ที่บริเวณด้านหน้าห้องเก็บศพ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่ที่นำร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงล้มทับขบวนรถไฟโดยสารสายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้ผู้เสียชีวิต 32 ราย บาดเจ็บ 64 ราย สูญหาย 3 ราย มาส่งชันสูตร และพิสูจน์เอกลักษณ์ โดยพบว่ามีญาติเริ่มทยอยนำเอกสารต่างๆ ของผู้เสียชีวิตเดินทางมาเพื่อติดต่อรับศพแล้ว
โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าร่วมประชุมกับแพทย์ของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และญาติผู้เสียชีวิตเพื่อร่วมชันสูตรยืนยันอัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมาเข้ามาร่วมประชุมเพื่ออธิบายมาตรการในการเยียวยาให้กับญาติของผู้เสียชีวิตได้เข้าใจอีกด้วย
ต่อมาในเวลา 11.00 น. ทางแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมาสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตได้แล้วรวม 12 ราย และอนุญาตให้ญาตินำเอกสารติดต่อรับร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนาไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีได้แล้ว
...
ขณะเดียวกัน นายบุญยืน จ่าทอง อายุ 71 ปี พ่อของนางสาวอลิชา จ่าทอง หนึ่งในผู้เสียชีวิต เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนมารอรับศพลูกสาวตั้งแต่เช้า ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าจะทำการส่งศพกลับไปที่ศรีสะเกษให้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งลูกสาวของตนนั้นเดินทางมาจากกรุงเทพฯ มาพร้อมญาติอีกคนที่นั่งอยู่ติดกัน จะเดินทางไปงานศพญาติที่จังหวัดศรีสะเกษ แต่ก็มาเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้ง 2 คน โดยระหว่างเดินทางลูกสาวก็ติดต่อกับตนตลอด ซื้อตั๋วรถไฟขึ้นขบวนรถไฟก็รายงานกับทางลูกเขยที่อยู่ จ.ศรีสะเกษ ตลอด มาจนขาดการติดต่อไป ลูกเขยจึงรีบเดินทางมาที่เกิดเหตุ เพื่อตามหาลูกสาวตนและโทรหากันตลอด
ทั้งยังบอกอีกว่า เมื่อก่อนตนเป็นสัปเหร่อหมู่บ้าน อายุ 71 ปี เห็นคนตายมาเป็นพันๆ ศพ ก็ไม่คิดเลยว่าจะมาเก็บศพลูกตัวเองแบบนี้ ไม่คิดว่ามันจะเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ สำหรับลางสังหรณ์ในวันที่ลูกเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ได้โทรมาหา บอกว่าจะไปศรีสะเกษนะ ก็บอกขึ้นรถคันไหน แล้วตนเองก็ฝันว่า มีรถวิ่งมาคล้ายๆ รถไฟ แต่ไม่มีล้อ แล้วในฝันลูกสาวก็ถามว่าพ่อขึ้นไหม ตนเองก็บอกว่าไม่ขึ้นหรอก จนสุดท้ายก็มีเกิดอุบัติเหตุแบบนี้
ผู้ตายเป็นลูกคนเล็ก เป็นเสาหลักของครอบครัว ตนเองเดินทางมาตั้งแต่เช้า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนไปนอนพักอยู่ที่อำเภอโนนสูง รู้สึกว่าลูกสาวมาหาทั้งคืน แต่ตนเองเป็นสัปเหร่อก็ไม่ได้กลัว เห็นเป็นเงาตะครุ่มๆ เหมือนมาเคาะประตูบอกอยากกลับบ้าน ตนเองก็บอกไปว่า ลูกเอ๋ยเดี๋ยวพ่อพากลับบ้าน ไม่ต้องเป็นห่วงหลาน เดี๋ยวจะเลี้ยงดูส่งเรียนให้ได้เต็มที่
สำหรับการช่วยเหลือเยียวยา ตนไม่รู้อะไรแล้ว พูดอะไรไม่ได้หรอก อยากให้มีการรับผิดชอบ เพราะที่บ้านตนก็ไม่มีอะไร ตนสงสารลูก และนอนไม่หลับทั้งคืน