รมว.ยธ.ลงพื้นที่สีคิ้ว เยียวยาเหยื่อเครนมรณะรายละ 2 แสนบาท สั่งจ่ายด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อราย พร้อมเปิดช่องฟ้องเรียกสินไหมเพิ่ม
จากอุบัติเหตุกรณีเครนก่อสร้างของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินงานในโครงการรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และช่วงกุดจิก – โคกกรวด หล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี ส่งผลให้ขบวนรถตกรางและเกิดเพลิงไหม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม ณ ขณะนี้ จำนวน 32 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 67 คน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 ม.ค. 2569 พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งรัดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
พลตำรวจโท รุทธพล เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมพื้นที่ว่า ทางกระทรวงยุติธรรมได้เตรียมงบประมาณตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา เพื่อมอบให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 200,000 บาท โดยสั่งการให้ดำเนินการเบิกจ่ายให้เสร็จสิ้นภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ในส่วนของผู้บาดเจ็บจะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย และหากมีการพักรักษาตัวจนขาดรายได้ จะมีการคำนวณเงินชดเชยรายวันซึ่งอาจได้รับรวมสูงสุดถึง 100,000 บาทต่อท่าน โดยเงินส่วนนี้เป็นงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรผ่านกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเงินช่วยเหลือจากสำนักนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่าผู้เสียชีวิตจะได้รับไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท รวมถึงไม่เกี่ยวข้องกับเงินเยียวยา 80,000 บาทจากหน่วยงานอื่นที่มีการชี้แจงไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบรายชื่อผู้โดยสารทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง
...
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังกล่าวเน้นย้ำว่า หากครอบครัวผู้สูญเสียหรือผู้บาดเจ็บยังมีความกังวลหรือไม่สบายใจเรื่องการชดเชยเยียวยา สามารถดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมได้ โดยได้มอบหมายให้ยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมาจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เชิงรุกเข้าหาครอบครัวผู้เสียหายโดยตรง เพื่อให้คำปรึกษาทางกฎหมายและดูแลด้านความรู้สึกของประชาชนอย่างใกล้ชิด
สำหรับความคืบหน้าทางคดีต่อ 2 บริษัทผู้รับจ้างซึ่งพบว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่มีประเด็นตรวจสอบของ สตง. มาก่อนหน้านี้นั้น ขณะนี้ได้มอบหมายให้ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยังไม่ได้เข้ามาพิจารณาในส่วนนี้