“นายกฯ อนุทิน - พิพัฒน์” ลงพื้นที่สีคิ้ว หลังเกิดเหตุเครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 แสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย สั่งเร่งดูแลผู้โดยสารและผู้ได้รับผลกระทบอย่างดีที่สุด ขณะที่ รักษาการผู้ว่าฯ รฟท. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ต้องเสร็จภายใน 15 วัน ยันดำเนินคดีถึงที่สุด
วันนี้ (14 มกราคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ความช่วยเหลือและติดตามการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุกรณีเครนก่อสร้างของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินงานในโครงการรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และช่วงกุดจิก – โคกกรวด หล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานี
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยและผู้รับจ้าง เร่งดำเนินการเยียวยาผู้โดยสารและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างดีที่สุด โดยให้พิจารณาเงินค่าตอบแทนและเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม พร้อมมอบหมายให้การรถไฟฯ หารือร่วมกับบอร์ด รฟท. ทบทวนมาตรการและวงเงินเยียวยาให้มีความเหมาะสมและมากกว่าปัจจุบัน รวมถึงให้บริษัทผู้รับจ้างร่วมรับผิดชอบในการเยียวยาอย่างดีที่สุด
ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการเปิดทางการเดินรถในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพื่อให้สามารถกลับมาให้บริการและลดผลกระทบต่อการเดินทางของพี่น้องประชาชนให้ได้โดยเร็ว พร้อมมอบหมายให้กรมทางหลวงอำนวยความสะดวกในการนำเครื่องจักรและอุปกรณ์เข้าพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมทั้งยังได้สั่งการให้จัดรถยนต์อำนวยความสะดวกในการนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา รวมถึงดูแลอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้ประสบเหตุอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ
นายอนันต์ รักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.13 น. ขณะที่ขบวนรถกำลังแล่นผ่านช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว โดยเครนก่อสร้างได้ร่วงหล่นทับขบวนรถในตู้โดยสารที่ 2 และ 3 ส่งผลให้ขบวนรถตกรางและเกิดเพลิงไหม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม ณ ขณะนี้ จำนวน 32 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 66 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสีคิ้ว โรงพยาบาลสูงเนิน และโรงพยาบาลปากช่องนานา ขณะเดียวกัน ยังมีผู้เสียชีวิตบางส่วนติดค้างอยู่ภายในขบวนรถ ซึ่งอยู่ระหว่างการวางแผนในการนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากขบวนรถต่อไป
ทั้งนี้ รักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ ได้มอบกระเช้าและเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น พร้อมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนกว่าอาการจะดีขึ้น ในกรณีเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต การรถไฟฯ จะนำข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ไปหารือร่วมกับบอร์ด รฟท. เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางและวงเงินช่วยเหลือให้มีความเหมาะสม เป็นธรรม และครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบต่อไป
พร้อมกันนี้ รักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ ได้สั่งการให้จัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อเร่งตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างเคร่งครัด และจะดำเนินการจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้บริษัทผู้รับเหมาหยุดดำเนินงานในพื้นที่จนกว่าผลการสอบสวนจะแล้วเสร็จ รวมถึงให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ พื้นที่เกิดเหตุ โดยจัดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประจำการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมขออภัยในความสูญเสียและความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าความปลอดภัยของผู้โดยสารและประชาชน คือภารกิจสำคัญสูงสุดของการรถไฟฯ
...