เหตุสะเทือนขวัญ เครนถล่มทับรถไฟความเร็วสูงสีคิ้ว ตกรางไฟลุกท่วม เสียชีวิตพุ่ง 22 ศพ บาดเจ็บระนาวกว่า 50 ราย


วันที่ 14 ม.ค. 2569 จากเหตุสะเทือนขวัญบริเวณช่วง กม.รถไฟที่ 220 หลัก 9 บ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อเครนขนาดใหญ่ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงพังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษดีเซลราง (สปรินเตอร์) ขบวนที่ 21 ขณะกำลังมุ่งหน้าสู่ จ.อุบลราชธานี แรงกระแทกส่งผลให้ตู้โดยสารตกรางและเกิดเพลิงไหม้รุนแรง เบื้องต้นยืนยันยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 22 ศพ และบาดเจ็บกว่า 50 ราย

ทางด้าน พยานในที่เกิดเหตุ เล่าว่า ขณะที่ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 ซึ่งเพิ่งออกจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์มุ่งหน้าปลายทางอุบลราชธานี กำลังแล่นผ่านจุดก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง จู่ๆ เครนที่กำลังยกชิ้นส่วนคอนกรีตขนาดใหญ่ (Segment) ได้เกิดชำรุดและถล่มลงมาทับโบกี้รถไฟอย่างจัง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ

ทั้งนี้ แรงกดทับทำให้โบกี้ที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นจุดที่รับน้ำหนักคานปูนเต็มๆ ถูกบดขยี้เสียหายยับเยินก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้ตามมา ส่วนโบกี้ที่ 3 ถูกโครงเหล็กเครนฟาดกลางตู้จนพังพินาศ และโบกี้ที่ 4 กระเด็นหลุดออกจากรางท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้โดยสารเกือบ 200 ชีวิต

...

หลังเกิดเหตุทีมกู้ชีพกู้ภัยจากหลายหน่วยงาน อาทิ มูลนิธิกู้ภัยพรหมธรรมสีคิ้ว, หน่วยกู้ภัยฮุก 31 และทีมแพทย์ฉุกเฉินจากโรงพยาบาลใกล้เคียง ได้รุดเข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บออกจากซากรถไฟที่ถูกบีบอัดและมีไฟไหม้ปกคลุม

ล่าสุด เวลา 12.00 น. สรุปรายงานความเสียหายเบื้องต้น พบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุและเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลรวม 22 ศพ ส่วนผู้บาดเจ็บอีกกว่า 50 ราย ถูกกระจายส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสีคิ้ว โรงพยาบาลสูงเนิน และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยมีผู้ป่วยอาการสาหัสจำนวนมาก.

ทางด้าน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ประกาศระงับการเดินรถในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้ากู้ซากรถและตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างเครนที่เหลือ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงนี้ว่าเกิดจากความประมาทหรือความบกพร่องของอุปกรณ์เครื่องจักร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.