พนักงานรถไฟสายกรุงเทพฯ-อุบลฯ เล่าวินาทีเครนหล่นทับรถไฟ ที่สีคิ้ว ตัวลอยกระแทกพื้น หลังตั้งสติได้ รีบวิ่งไปช่วยผู้โดยสาร แต่ช่วยได้เพียงโบกี้ที่ 3 เพราะโบกี้ที่ 2 ไฟไหม้

วันที่ 14 ม.ค. 2569 จากกรณีเกิดเหตุรถไฟขบวนด่วนพิเศษ รถดีเซลราง ขบวน 21 ออกจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ ปลายทางอุบลราชธานี ประสบเหตุเครน กำลังยกชิ้นส่วนคอนกรีตขนาดใหญ่ ที่ใช้ก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงตกทับโบกี้รถไฟ จุดเกิดเหตุบริเวณช่วง กม.รถไฟที่ 220 หลัก 9 หมู่ที่ 11 บ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้โบกี้รถไฟดีเซลราง จำนวน 3 ตู้ ตกรางและไฟไหม้ 

โดยโบกี้ที่ 1 และ 2 ถูกคานปูนขนาดใหญ่ ตกลงมาทับเสียหายและเกิดไฟไหม้ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนโบกี้ที่ 3 ถูกคานโครงเหล็กหักพังลงกลางตู้ ได้รับความเสียหาย เบื้องต้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 ศพ ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนกว่า 50 ราย

สอบถาม นายธีระศักดิ์ วงศ์สูงเนิน พนักงานขบวนรถ เปิดเผยว่า รถไฟขบวนนี้เดินทางออกจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 06.10 น. เพื่อเดินทางไปที่จังหวัดอุบลราชธานี มาถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 09.10 น. มาทั้งหมด 3 โบกี้ โบกี้ที่ 1 ปลอดภัย ส่วนที่ได้รับความเสียหายแล้วมีผู้บาดเจ็บคือโบกี้ที่ 2 และโบกี้ที่ 3 รถไฟขบวนนี้มีผู้โดยสารทั้งหมดประมาณ 200 คน

...


ขณะเกิดเหตุตนอยู่ในรถไฟ ซึ่งรถไฟแล่นมาด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากที่เครนยักษ์หล่นลงมากระแทก แรงกระแทกทำให้ตนและผู้โดยสารในรถไฟลอยขึ้นจากพื้นได้รับบาดเจ็บ แต่ยังสามารถตั้งสติและรีบช่วยผู้โดยสาร จากนั้นเกิดไฟลุกไหม้บริเวณโบกี้ที่ 2 ตนและชาวบ้านจึงรีบช่วยผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ แต่เกิดไฟลุกไหม้ที่โบกี้ที่ 2 ทำให้ไม่สามารถช่วยได้ ช่วยได้เพียงผู้โดยสารโบกี้ที่ 3

ซึ่งขณะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวนายธีระศักดิ์ ยังมีอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีบาดแผล ได้รับบาดเจ็บที่นิ้ว เสื้อผ้าเต็มไปด้วยคราบเลือด แต่ก็ยังทำหน้าที่และช่วยเหลือผู้โดยสารอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เวลา 11.45 น. มีรายงานว่า ขณะนี้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดจากเหตุการณ์นี้ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อรักษาอย่างเร่งด่วนแล้ว โดยกระจายไปยังโรงพยาบาลต่างๆ รวมถึงผู้ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ก็ถูกเคลื่อนย้ายออกไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยแล้วเช่นกัน