แม่แชร์อุทาหรณ์ ลูกสาววัย 7 ขวบ เล่นซ่อนหาบริเวณพุ่มไม้รก สุดท้ายโดนงูลายสีขาวดำฉกมือ ต้องส่งตัวรักษาเร่งด่วน หมอสันนิษฐานคาดเป็น "งูทับสมิงคลา" พิษร้ายแรง หากมารักษาช้า อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
วันที่ 30 เม.ย. 68 มีรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "ปนัดดา แก้วกลาง" ได้โพสต์ภาพถ่ายของลูกสาวที่ถูกงูกัดนิ้ว พร้อมกับภาพของงูลายขาวดำ โดยระบุข้อความเตือนภัยว่า "ระวังกันเด้อแม่ๆ งูทับสมิงคาเป็นงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในไทย โชคดีที่เราส่งลูกทันโรงบาล ขับมอไซค์พาลูกไปเอง หมอที่ละหานทรายส่งต่อบุรีรัมย์ ตอนนี้อาการดีขึ้น"
ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นขอให้น้องปลอดภัย พร้อมแนะนำให้ผู้ปกครองท่านอื่นๆ ระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับบุตรหลานของตัวเอง
ต่อมา ทีมข่าวจึงได้ติดต่อสอบถามไปยังผู้โพสต์ คือ น.ส.ปนัดดา แก้วกลาง อายุ 30 ปี เล่าให้ฟังว่า วันที่เกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 09.00 น. เมื่อวานนี้ 30 เม.ย. 68 ซึ่งผู้เป็นแม่ออกไปรับจ้างขุดหัวมันสำปะหลัง ส่วน ด.ญ.อัยรดา หรือ น้องสไมล์ อายุ 7 ขวบ ลูกสาวอยู่กับตายายที่บ้าน ไม่นานยายก็โทรศัพท์ไปบอกตนเองว่าน้องสไมล์ ลูกสาวถูกงูฉกที่นิ้วมือขณะเล่นซ่อนหากับเพื่อนๆ เบื้องต้นยายได้พาหลานไปหาหมอที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองหว้า ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไม่ถึง 1 กิโลเมตรแล้ว ซึ่งหมอแนะนำว่าต้องพาน้องส่ง รพ.ประจำอำเภอ ซึ่งตอนนั้นลูกมีอาการอ่อนเพลีย และมีอาการปวดที่มือที่ถูกงูกัด แต่ยังพูดคุยสื่อสารได้
จากนั้นตนจึงตัดสินใจขับขี่รถจักรยานยนต์พาลูกสาวไป รพ.ละหานทราย ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 12 กิโลเมตร ด้วยตัวเอง เพราะเป็นห่วงลูกสาว พอไปถึง รพ.ละหานทราย หมอก็แจ้งว่าไม่มีเซรุ่มในการรักษา จึงได้ประสานไปที่ รพ.นางรอง ก็ไม่มีเซรุ่มเหมือนกัน ทาง รพ.ละหานทราย จึงตัดสินใจส่งตัวลูกสาวไปยัง รพ.บุรีรัมย์ในทันที พอไปถึงหมอดูรอยแผลที่งูกัดบริเวณนิ้วกลางมือข้างซ้าย และลูกสาวก็บอกลักษณะของงูที่กัดว่าเป็นลายขาวดำ หมอก็สันนิษฐานว่าน่าจะเป็น "งูทับสมิงคลา" จึงได้ทำการฉีดเซรุ่มรักษาทันที ซึ่งหมอแจ้งว่างูชนิดนี้มีพิษร้ายแรงมาก หากไปหาหมอช้าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
...
ซึ่งล่าสุดวันนี้ 1 พ.ค. 68 น้องสไมล์ ลูกสาวอาการดีขึ้น และหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ภายในวันนี้ แต่ก็แนะนำให้สังเกตอาการข้างเคียงภายใน 1 สัปดาห์ หากมีอาการผิดปกติก็ให้รีบกลับมา รพ. แต่หากไม่มีอาการข้างเคียงอะไร หมอก็จะนัดมาตรวจว่ายังมีพิษงูตกค้างในร่างกายหรือไม่ หากไม่มีก็ปลอดภัย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้นำเรื่องราวมาโพสต์เตือนภัยพ่อแม่ผู้ปกครองอย่าปล่อยลูกหลานคลาดสายตา โดยเฉพาะสัตว์มีพิษร้ายแรง แต่โชคดีที่เคสของตนเองได้พาลูกมารักษาได้ทัน
ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ ที่บ้านหนองหว้า หมู่ 4 ต.หนองแวง ก็พบนางจำปาทอง นามสง่า อายุ 53 ปี ยายของน้องสไมล์ ชี้ให้ดูจุดที่หลานเล่นซ่อนหากับน้องชายและเพื่อนๆ ก่อนจะถูกงูฉก ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นหน้าบ้านของญาติที่เด็กๆ ชอบมาเล่นซ่อนหากัน ก็จะมีต้นไม้หลายชนิดค่อนข้างรก
ตอนที่หลานเล่นกัน ตนก็เลี้ยงหลานน้อยอีกคนอยู่ในกระท่อม ซึ่งไม่ห่างจากเด็กๆ ยังสามารถมองเห็นว่าเด็กๆ เขาเล่นซ่อนหากันอยู่ แต่ไม่นานน้องชายก็วิ่งมาบอกตนว่าพี่ถูกงูกัด ขณะไปซ่อนแอบอยู่ใต้ต้นลำไย และมีพุ่มไม้ค่อนข้างรกด้วย ก็ตกใจรีบไปดูหลาน ก็เห็นรอยงูกัดที่นิ้วมือ แต่ไม่เจองูตัวที่กัดหลานน่าจะเลื้อยหนีไปแล้ว จึงพาหลานไปอนามัยใกล้บ้าน
เจ้าหน้าที่ก็แจ้งให้พาไป รพ.ประจำอำเภอ ตนจึงโทรบอกลูกสาวซึ่งเป็นแม่ของน้อง จากนั้นแม่น้องก็รีบพาลูกขี่ จยย.ไป รพ.ละหานทราย ก่อนจะถูกส่งต่อไปรักษาที่ รพ.บุรีรัมย์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโชคดีที่แม่น้องพาส่ง รพ.เร็ว และได้รับการรักษาทันท่วงที หลานจึงปลอดภัย หลังจากนี้ก็จะให้ตาตัดพุ่มไม้ที่รกทิ้งและทำความสะอาด เพื่อความปลอดภัยของลูกหลาน