ไม่จบ “สายชล” ข้าราชการหนุ่มเพิ่งบรรจุ เรียนจบ ปวส. แต่มารู้ทีหลังว่าได้วุฒิปลอมจากศูนย์การเรียนเถื่อนที่ไม่ได้รับอนุญาตจากวิทยาลัยต้นสังกัด เข้าร้องอัยการคุ้มครองสิทธิขอนแก่น เตรียมไปแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบ ดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง
กรณี นายสายชล แสนคำ อายุ 34 ปี เรียนจบ ปวส. จากวิทยาลัยเทคโนโลยีหนองเรือ ไทย-เยอรมัน ศูนย์รังสิต นำวุฒิไปสอบเข้าเป็นข้าราชการสังกัดกรมทางหลวง จนได้บรรจุ ต่อมามีการตรวจสอบพบว่าไม่มีชื่อในสารบบเป็นผู้จบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ จึงไปสอบถามกับผู้บริหารวิทยาลัยเทคโนโลยีหนองเรือ ไทย-เยอรมัน อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น จนทราบความจริงว่าไม่มีการไปเปิดสอนที่ศูนย์รังสิตแต่อย่างใด และวุฒิที่ได้รับเป็นวุฒิการศึกษาปลอม
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2567 นายปิยะ อินอ้าย ที่ปรึกษา และ นายสายชล แสนคำ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 ม.1 ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังจากเข้าพบอัยการคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมาย ที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดขอนแก่น
นายปิยะ กล่าวว่า การพา นายสายชล เข้าพบอัยการคุ้มครองสิทธิครั้งนี้ เข้าพบหลังจากที่เข้ายื่นคำร้อง เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้มี ดร.อิทธิ สีวันนู ผู้รับใบอนุญาตวิทยาลัยเทคโนโลยีหนองเรือ ไทย-เยอรมัน เดินทางมาพบอัยการพร้อมกัน ซึ่ง ดร.อิทธิ ได้นำเอกสารที่ยืนยันวุฒิการศึกษาปลอมมาด้วย แต่เนื่องจากว่ายังไม่มีการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงได้ว่าปลอม จึงยังไม่มีการไกล่เกลี่ย เพราะดูจากสายตาพบว่าลายเซ็นที่เซ็นในเอกสารนั้นไม่ตรงกัน จึงไม่มีการไกล่เกลี่ย
...
“จากนี้จะพา นายสายชล เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบปราม และจะยื่นเรื่องร้องเรียนที่ กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้มีการตรวจสอบศูนย์ที่ทำการเปิดการสอนว่ามีการทำเอ็มโอยูร่วมกันจริงหรือไม่ และให้ตรวจสอบว่าวิทยาลัยแห่งนี้ได้มาตรฐานหรือไม่ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสายชล และเพื่อคุ้มครองสิทธิและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคน”
ขณะที่ นายสายชล แสนคำ กล่าวว่า เครียดแต่ต้องสู้ เพื่อให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับตัวเอง อยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบศูนย์ที่ตนเรียนและศูนย์การศึกษาทั้งหมดว่าได้มาตรฐานหรือไม่ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา เท่ากับว่ารวมตัวกันทำร้ายผู้บริสุทธิ์ที่ตั้งใจเรียนและจ่ายค่าเล่าเรียนเช่นตน
ขณะที่ ดร.อิทธิ สีวันนู ผู้รับใบอนุญาตวิทยาลัยเทคโนโลยีหนองเรือ ไทย-เยอรมัน ลงจากอาคารสำนักงานอัยการ ไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนและเดินทางกลับทันที