กำนันและผู้ใหญ่บ้านประสานเสียงร่วมปราบยาเสพติด หลังพบแพร่ระบาดอย่างหนักไม่สนนโยบายของรัฐบาล วอนให้แก้ไขคนหลอน-คลั่ง ขณะกรรมาธิการยาเสพติด ระบุจะต้องมีการผลักดันกฎหมาย จัดโซนนิ่ง ระดับอำเภอหรือจังหวัด ให้คนหลอนหรือคลั่ง รวมถึงจิตเวช ไปรักษารวมกันเพื่อป้องกันไม่ให้ก่อเหตุร้าย

วันที่ 10 ส.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอสตึก จ.บุรีรัมย์ บรรดากำนันและผู้ใหญ่บ้านจาก 12 ตำบล กว่า 600 คน ได้ร่วมกันจัดงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน มีการแจกใบประกาศกำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น และมอบใบแต่งตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้ง

การจัดงานดังกล่าวนอกจากจะเป็นการรำลึกวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน 132 ปีแล้ว ยังมีการวางแผนการพัฒนาความเจริญและแก้ไขปัญหาของประชาชน ความวุ่นวายทางสังคม ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการวางแผนการแก้ไขและปราบยาเสพติด ที่นับวันจะรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ ดูแล้วจะสวนทางกับนโยบายของรัฐบาลที่ยกเอาปัญหายาเสพติดมาเป็นวาระแห่งชาติ 

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ สส.พรรคภูมิใจไทย และกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าจากข้อมูลปัญหายาเสพติดในเวลานี้ถือว่าวิกฤติ ส่วนใหญ่ผลิตอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน แล้วส่งทะลักเข้ามาในเมืองไทยอย่างมหาศาล สิ่งที่พบเจอคือความคลุ้มคลั่ง เมื่อเสพเข้าไปแล้วกลายเป็นโรคจิตโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว ถึงขั้นทำร้ายพ่อแม่ ทำร้ายลูก รวมถึงเพื่อนบ้าน ไม่เว้นแม้การเผาบ้าน แม้กระทั่งฆ่าคนได้ไม่เว้นพ่อแม่เช่นเดียวกัน

ส่วนหนึ่งดีใจที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เอามาเป็นวาระแห่งชาติ ส่วนตัวยังมองว่าถ้าโครงสร้างยังไม่เข้มแข็งก็จะทำได้แค่ชะงักหรือลดลงเพียงชั่วคราวเท่านั้น สิ่งที่ตนมองไปคือนอกจากส่วนราชการที่ทำงานกันอยู่แล้ว ผู้นำชุมชนเป็นด่านสำคัญที่สุดให้เป็นตาสับปะรดให้กับทางการ หรือจะให้ตนขอเป็นเซ็นเตอร์ใหญ่คอยรับเรื่องจากทุกชุมชน” 

...

นายรังสิกร กล่าวด้วยว่า กรณีมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมีความต้องการอยากจะแยกกลุ่มคนคลุ้มคลั่งหรือมีอาการทางประสาท ให้แยกโซนนิ่งไปควบคุมในสิ่งที่ควรอยู่ เนื่องจากไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนนั้น

ส่วนตัวมองว่าถือว่าสะท้อนปัญหาได้เป็นอย่างดี เพราะชุมชนจะรู้ดีว่าคนไหนในหมู่บ้านที่มีอาการลักษณะจะคลุ้มคลั่ง สาเหตุที่ชาวบ้านต้องการให้เปิดโซนนิ่ง เพราะเขาต้องการความปลอดภัย ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วย และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะจัดโซนนิ่งให้กับคนคลั่ง หรือกลุ่มคนติดยาขั้นรุนแรง ที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ มันเป็นเรื่องที่จำเป็น ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการด้านยาเสพติดจะเข้าไปเสนอให้จัดโซนนิ่งในแต่ละอำเภอหรือระดับจังหวัด แล้วแบ่งกันรับผิดชอบหน่วยงานของรัฐต้องเข้ามาประกอบ ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าไปอยู่ในโซนนิ่งนี้จะต้องได้รับความยินยอมจากครอบครัว

ทั้งนี้ ยืนยันว่าการจัดโซนนิ่งทำไม่ยาก เพราะเรามีบุคลากรครบ ควรจะถูกเซตให้เป็นกฎหมายผ่านรัฐบาลลงมากำหนดให้ชัดเจนแล้วมอบเป็นนโยบายลงมาทำได้ และเห็นด้วย ยอมรับว่าผู้ปกครองคนกลุ่มสติไม่สมประกอบมีความต้องการที่จะรักษาบุตรหลาน ด้วยการเอาไปเข้าในโซนนิ่งนี้อย่างแน่นอน