ป.ป.ช.ชี้ กรณีโรงพัก สภ.อุบลรัตน์ พัง ปูนไม่ตรงสเปก ทำโครงสร้างแตกร้าว ผู้สร้าง ผู้คุมงาน ได้ทำตาม “ทีโออาร์” ใหม่หรือไม่  ด้านผู้การฯ ขอนแก่น ยินดีให้ตรวจสอบ

เวลา 09.30 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายธีรัตน์ บางเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริตรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ขอนแก่น ถึงการประสานงานขอเอกสารที่เกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร สภ.อุบลรัตน์ ที่พัง จนเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถใช้เป็นที่ทำงาน บริการประชาชนได้


นายธีรัตน์ กล่าวว่า สภ.อุบลรัตน์ เป็น 1 ใน 396 แห่ง ของโรงพักในโครงการก่อสร้างโรงพัก (ทดแทน) สร้างเสร็จและหมดประกัน ก็เกิดการพัง ไม่สามารถใช้การได้ หลังเกิดการแตกร้าว และผุพังของปูน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย มาตรวจสอบ พบในประเด็นแรกที่ชัดเจนมาก คือ สเปกปูนที่ไม่ตรงกับที่เขียนไว้ในแบบก่อสร้าง โดยเฉพาะแรงอัดคอนกรีตที่กำหนดสเปกปูนไว้ที่ 240 กิโลกรัม ต่อตารางเซนติเมตร แต่จากการตรวจสอบของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยพบว่า สเปกปูนที่ใช้ในการก่อสร้างอาคาร สภ.อุบลรัตน์ มีแรงอัดคอนกรีตอยู่ที่ 100 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตรเท่านั้น


อันที่สองที่ตรวจพบ คือ ความทึบของซีเมนต์ คือการป้องกันการรั่วซึมของน้ำ ตรวจพบว่า ไม่เป็นไปตามสเปก หรือมาตรฐานของการก่อสร้าง ส่งผลให้ชั้นดาดฟ้า ที่เป็นดาดฟ้าเปิดโล่ง เมื่อมีฝนตกลงมา น้ำฝนขัง ก็เกิดการซึมเข้าในเนื้อปูน เข้าไปยังเหล็กที่เป็นโครงสร้างทำให้เกิดสนิม ทำให้เกิดการหลุดร่วง แตกร้าว โดยเฉพาะชั้น 4 ที่เป็นดาดฟ้าเปิดโล่ง และที่ชั้น 2 ที่มีหลังคาเปลือยโล่งอีกชั้นการรั่วซึมของน้ำฝนที่สะสมมาเรื่อย ทำให้เหล็กโครงสร้างเป็นสนิม ผุพังลงมา เพราะสเปกปูนไม่ได้มาตรฐาน

...


สิ่งที่น่าห่วงคือ ในอนาคต การผุพังของโครงสร้างอาคารที่พังมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน มองเห็นการพังของอาคารไล่มาตั้งแต่ปีที่สร้างเสร็จ คาดว่าพังมาอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ บางรอยร้าวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าระวังการผุพังของอาคารได้ทำการตรวจสอบพบรอยร้าวใหม่เพิ่มขึ้น และในอนาคตอาจจะมีการพัง การร้าว เพิ่มขึ้นที่บริเวณชั้นที่ 1 หรือไม่


โดย ป.ป.ช.ขอนแก่น ก็พบตามที่วิศวกรรมสถานตรวจพบ ทั้งสเปกปูน และการตรวจรับมีปัญหา จึงต้องตรวจสอบว่าวิศวกรคุมงานหรือช่างคุมงานนั้น เป็นไปตามวิชาชีพหรือวิศวกรรมกำหนดไว้หรือไม่ว่า มีคุณสมบัติถูกต้องหรือไม่ และการก่อสร้างอาคารที่ทำการ สภ.อุบลรัตน์นั้น มี 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายผู้ว่าจ้าง ซึ่งก็คือตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจากการตรวจสอบตามเอกสาร มีคณะกรรมการตรวจรับการจ้างแล้ว ยังมีโยธาธิการจังหวัดขอนแก่น เข้ามาดูแลด้วย แต่ในส่วนของการควบคุมงาน ยังไม่เห็นว่าในส่วนของผู้ประกอบการหรือผู้รับจ้างก่อสร้างอาคารนั้น ได้แต่งตั้งผู้ควบคุมงานตามวิชาชีพหรือไม่ เพราะจะส่งผลถึงการทำสัญญาว่าการทำสัญญาจ้างนั้น ถูกต้องหรือไม่


นายธีรัตน์ กล่าวอีกว่า ป.ป.ช.ได้ประสานขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง อาคารที่ทำการ สภ.อุบลรัตน์ จากตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เริ่มการก่อสร้าง การประกาศจ้าง หาผู้รับจ้างมาก่อสร้าง แบบอาคาร และการกำหนดมาตรฐานต่างๆ รวมถึงต้องทราบตัวช่างหรือวิศวกรคุมงาน และคณะกรรมการที่ตรวจรับงาน เพื่อจะได้ทราบว่าทุกๆ ขั้นตอน ดำเนินการมาถูกต้องหรือไม่


“ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบลึกลงไปว่า คณะกรรมการตรวจรับ ทำกันโดยชอบหรือไม่ ผู้ควบคุมงาน ได้ทำการควบคุมจริงหรือไม่ เพราะเท่าที่รู้มา การบ่มปูนก็มีส่วนที่ทำให้ปูนมีความแข็งหรือแรงอัดของปูนก็มีส่วนทำให้อาคารแข็งแรงได้ด้วย เพราะการก่อสร้างครั้งแรก มันจะมีการส่งมอบลูปปูน 15X15 เซนติเมตร เพื่อไปทดสอบความแกร่งหรือแรงอัดของปูน ซึ่งตามสเปกที่เขียนไว้ 240 ส่งไป 240 แต่ตอนสร้าง กลับสร้างไม่ตรง เมื่อผ่านการก่อสร้างมาปาระมาณ 5 ปี ก็เกิดการผุพังแตกร้าว ซึ่งเกิดจากปูนไม่มีคุณภาพ”


ส่วนข้อที่ว่า การสร้างอาคารที่ทำการ สภ.อุบลรัตน์แห่งนี้ มีการสร้างแล้วทิ้งงาน เมื่อให้สร้างใหม่ ผู้รับจ้าง ทำการสร้างต่อเลย หรือมีการทุบทิ้งโครงสร้างเดิมหรือไม่นั้น ผอ.ป.ป.ช.จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ต้องย้อนกลับไปดูในคดีที่ ป.ป.ช.เคยฟ้องผู้เกี่ยวข้องแล้วศาลยกฟ้อง ซึ่งการสร้างอาคารที่ทำการ สภ.อุบลรัตน์ ก็มีผลพวงมาจากโครงการดังกล่าว เพราะตอนเริ่มแรกนั้น ใช้วิธีการก่อสร้างโดยใช้บริษัทเดียวก่อสร้างทั้งประเทศ พอมีการทิ้งงานเกิดขึ้น โรงพักได้รับผลกระทบหลายแห่งทั่วประเทศ ในปี 2556 มีการดำเนินการใหม่ ก่อสร้างใหม่ ด้วยงบประมาณใหม่ ตรงนี้ถ้าจะถามว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวกันหรือไม่ ก็ต้องพิจารณากันเอาเอง การสร้าง สร้างไม่เสร็จ มีการทิ้งงาน เพราะเกิดปัญหา เบิกจ่ายเงินไม่ได้ ต่อมา สตช.หรือ ภ.จว. ทำการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อแก้ไขปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการสร้างรอบแรก

...


ฉะนั้น การสร้างโรงพักในรอบที่สองว่าต้องทำลายโครงสร้างเดิมทิ้ง หรือสร้างต่อได้เลยนั้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบสัญญา ที่ทำทีโออาร์ การเขียนประกาศเชิญชวน ในสัญญาต้องเขียนไว้ทั้งหมดว่า ตรงนี้สร้างต่อ หรือเพิ่มเติม และการส่งมอบพื้นที่ต้องเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แต่ขณะนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ทราบว่า ว่ามีการทำตามทีโออาร์ใหม่หรือไม่ เพราะในเบื้องต้น ป.ป.ช.ได้เพียงเอกสาร ส่วนที่เป็นการบริหารสัญญา เพราะจากการตรวจข้อเท็จจริงแล้ว พบว่ามันไม่ใช่การก่อสร้างที่ต่อเนื่อง แต่มันเป็นผลต่อเนื่องจากการสร้างโรงพัก 396 แห่งทั่วประเทศ ที่มีการทิ้งงานกันไป แต่ในการสร้างครั้งนี้ เป็นการหาผู้รับจ้างหรือผู้รับเหมา ในพื้นที่ จึงต้องได้เอกสารทั้งหมดจากตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นก่อน จึงจะทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด


ด้าน พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น  กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.ขอนแก่น ขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารที่ทำการ สภ.อุบลรัตน์ ว่า ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นไม่ขัดข้อง พร้อมให้ความร่วมมือในการส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ทำการตรวจสอบ ในส่วนของการตรวจสอบของ ป.ป.ช.ขอนแก่นในครั้งนี้ ก็ไม่ได้อึดอัดหรือเกรงกลัวว่าจะกระทบกับใคร เพราะการก่อสร้างผ่านมาหลายปีแล้ว เมื่อถูกตรวจสอบ ภ.จว.ขอนแก่น ในฐานะที่เป็นผู้หาผู้รับจ้างหรือผู้รับเหมาในสมัยนั้น ในปัจจุบันที่ตนดูแลตำรวจทุกโรงพัก เมื่อเกิดผลกระทบขึ้นมา ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่รับผิดชอบ ส่งมอบเอกสารต่างๆ ตามที่ ป.ป.ช.ขอนแก่น ต้องการ ส่งมอบให้ในเร็วๆ นี้

...


ส่วนบริษัทใด ใครคุมงาน ใครตรวจรับงาน วิศวกรคือใคร ก็จะปรากฏตามเอกสาร เพราะตนเพิ่งมารับตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น จึงไม่ทราบรายละเอียดในจุดนั้น แต่เมื่อถูกตรวจสอบก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน