"อธิบดีกรมโยธาธิการฯ" บินด่วนตรวจสอบ 8 โครงการ 7 ชั่วโคตร ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ฟัน 2 หจก.รับเหมา "หมดสิทธิ์ทำงานกรมโยธาฯ-เตรียมยกเลิกสัญญาเบื้องต้น 6 โครงการ ภายในสัปดาห์หน้า หรืออาจยกเลิกทั้งหมด ขณะที่ผู้รับเหมารายย่อย และชาวบ้าน เข้าร้องเรียน จี้ยกเลิกโครงการทั้งหมดสิ้น เม.ย.นี้

จากกรณีปัญหา 8 โปรเจกต์พัฒนาเมืองกาฬสินธุ์ งบประมาณกว่า 500 ล้านบาท หรือโครงการ 7 ชั่วโคตร ที่กลายเป็นปัญหาอื้อฉาวของกรมโยธาธิการและผังเมือง โดย กธจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยข้าราชการบำนาญ และชาวบ้าน ได้ออกมาแฉพฤติกรรมการก่อสร้าง ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองทยอยอนุมัติงบประมาณก่อสร้าง ตั้งแต่ปี 2562-2565 เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน 3 อำเภอ คือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.กมลาไสย และ อ.ฆ้องชัย ประกอบด้วย

1.โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริ่มแม่น้ำชี วัดใหม่สามัคคี ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย งบประมาณ 59,306,000 บาท 2.โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริ่มแม่น้ำชี บ้านหนองหวาย-บ้านหนองคล้า ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ งบประมาณ 39,270,000 บาท 3.โครงการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริ่มแม่น้ำชี (ระยะ 2) วัดลำชีวนาราม ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย งบประมาณ 59,270,000 บาท 4.โครงการรับเหมาก่อสร้างระบบท่อระบายน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองกาฬสินธุ์ งบประมาณ 148,200,000 บาท 5.โครงการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแก่งดอนกลาง เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ งบประมาณ 11,000,000 บาท 6.โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมลำน้ำปาว หน้าวัดใต้โพธิ์ค้ำ เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ งบประมาณ 108,800,000 บาท 7.โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำปาวบริเวณซอยน้ำทิพย์ เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ งบประมาณ 59,350,000 บาท และ 8.โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำพาน ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ งบประมาณ 44,490,000 บาท

โดยโครงการทั้งหมดข้างต้น ผู้รับจ้างก่อสร้างทำไม่เสร็จแม้แต่โครงการเดียว สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ และความปลอดภัยของประชาชนชาวกาฬสินธุ์เป็นอย่างมาก แต่ปรากฏว่า กรมโยธาธิการฯ กลับต่อสัญญาโดยอ้างว่าผู้รับจ้างประสบปัญหาน้ำท่วม ชาวบ้านจึงร้องเรียนเพื่อของให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เข้ามาตรวจสอบ เพราะเชื่อว่าพฤติกรรมนี้อาจจะมีปัญหาในเชิงระบบ ที่มองได้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับจ้างที่มีเพียง 2 ราย ซึ่งป็นเครือข่ายเดียวกัน และทำงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนด แต่กลับได้เบิกเงินค่างวดงานที่ทิ้งงานจนทำให้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างถูกทิ้งไว้เกลื่อนจนชำรุดเสียหาย นอกจากนี้ นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ ยังออกมาปฏิเสธปัญหา โดยอ้างว่าเป็นงบประมาณของกรมโยธาธิการฯ ไม่เกี่ยวกับงบประมาณจังหวัดกาฬสินธุ์ และให้สื่อมวลชนไปทวงถามความคืบหน้ากับอธิบดีกรมโยธาธิการฯ เอาเอง

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 67 นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้ามาติดตามปัญหาการก่อสร้าง 8 โครงการ โดยโฟกัสไปที่โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ งบประมาณ 148 ล้านบาท รูปแบบการก่อสร้างภาพรวมจะมีการก่อสร้างด้วยการวางระบบระบายน้ำท่อกลม ขนาด 1.20 เมตร ความยาว 4,563 เมตร ระบบระบายน้ำท่อกลม ขนาด 1.50 เมตร ความยาว 1,825 เมตร ระบบระบายน้ำท่อเหลี่ยมขนาด 1.50 คูณ 1.50 เมตร ความยาว 2,270 เมตร และอาคารชลศาสตร์ จำนวน 2 แห่ง ซึ่งจุดที่ก่อสร้างดังกล่าวจะมีทั้งหมด 6 จุด ผ่าน 36 ชุมชนเมืองกาฬสินธุ์ ที่คาราคาซังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากผู้รับเหมาทิ้งงาน โดยมี นายชาญยุทธ โคตะนนท์ ประธานคณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคมในการต่อต้านการทุจริต ปปท.เขต 4 ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ และที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ คณะ กธจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายประหยัด เรเชียงแสน ข้าราชการบำนาญ และ ด.ต.สมคิด นันทะสมบูรณ์ นายกเทศบาลตำบลลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์ และสื่อมวลชน ร่วมกันติดตามเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่ดูสภาพการก่อสร้างรวม 5 จุด ที่ก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมลำน้ำปาว หน้าวัดใต้โพธิ์ค้ำ, โครงการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแก่งดอนกลาง เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำปาวบริเวณซอยน้ำทิพย์ เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

ทั้งนี้การลงพื้นที่ นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ยังได้เดินทางไปให้กำลังใจและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะในจุดที่มีการติดป้ายถนน 7 ชั่วโคตร และได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนที่ผู้รับจ้างรายใหญ่ไม่รับผิดชอบ ในการจ่ายเงินให้กับผู้รับเหมารายย่อย ที่ไปค้างเงินเอาไว้เป็นจำนวนมาก หลายครอบครัวล้มละลาย ซึ่งอธิบดีโยธาฯ ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน และจะเร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด

จากนั้น อธิบดีกรมโยธาธิการฯ ได้เดินทางไปที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อเข้าพบผู้แทนผู้บริหารท้องถิ่น ส่วนใหญ่เป็นนายกเทศมนตรีในแต่ละพื้นที่ โดยที่ประชุมสื่อมวลชนได้สักถามเพื่อขอคำตอบตามข้อเท็จจริงที่ พบว่าเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 66 ที่ผ่านมา อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้เคยคาดโทษผู้รับจ้างรายนี้ไว้ว่า หากยังดำเนินการไม่ได้ตามเป้าหมาย จะขึ้นบัญชีห้ามเข้ายื่นประมูลงาน จนถึงขั้นการบอกเลิกสัญญาและแจ้งรายชื่อเป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการ โดยมี นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ ในขณะนั้นเป็นพยาน กรณีนี้ปรากฏเป็นข่าวในเว็บไซด์กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่ไว้เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 66 แต่ปรากฏว่าจนถึงปัจจุบันปี 67 ผู้รับจ้างรายนี้ก็ยังก่อสร้างไม่เสร็จ และไม่มีผลอะไร ยังคงสร้างผลกระทบต่อคนภายในชุมชน ทำให้เศรษฐกิจเมืองกาฬสินธุ์เสียหายกว่า 7.5 พันล้านบาท

...

นอกจากนี้การตรวจสอบพบว่า ผู้รับจ้างเป็นกลุ่มบริษัทเครือญาติกัน มี 2 บริษัท ได้รับงบประมาณพัฒนาเมืองกาฬสินธุ์ จากกรมโยธาธิการและผังเมืองจัดสรรให้ทั้งหมด 8 โครงการ เม็ดเงินรวมกัน 558.2 ล้านบาท มีพฤติกรรมเดียวกัน สร้างไม่เสร็จ ไม่ก่อสร้างต่อเนื่อง และมีพฤติกรรมทิ้งงานเกือบทุกแห่งจะหมดสัญญา ส่วนใหญ่ที่หมดสัญญาไปแล้ว ยังได้รับการต่อสัญญาค่าปรับเป็น 0 บาท ทำให้ชาวบ้านออกมาร้องเรียนธรรมาภิบาลจังหวัดกาฬสินธุ์และสื่อมวลชน เพื่อให้ตรวจสอบและระงับความเสียหาย เพื่อปกป้องงบประมาณซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน

โดย นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเกิดจากผู้รับจ้าง 2 ราย ประกอบด้วย หจก.ประชาพัฒน์ และ หจก.เฮ็งนำกิจ เป็นสองห้างหุ้นส่วนที่ได้รับงาน 8 โครงการ และเป็นกลุ่มเดียวกัน จากการตรวจสอบพบว่าการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ตามแผนงานที่กำหนดทั้งหมด และก่อนหน้าตนก็เคยลงพื้นที่เพื่อติดตามปัญหานี้แล้ว พร้อมคาดโทษเอาไว้ เบื้องต้นจากการรับทราบข้อมูลในจำนวน 8 โครงการ ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ที่กำลังตรวจสอบตามสัญญาที่เกี่ยวข้องกับระบบพัสดุ คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 6 โครงการ จะยกเลิกสัญญาภายในสัปดาห์หน้า และยืนยันว่าจะทำการยกเลิกงานทั้งหมด พร้อมทั้งจะขึ้นบัญชีห้ามเข้ายื่นประมูลงาน จนถึงขั้นการบอกเลิกสัญญาและแจ้งรายชื่อเป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการ ตามระเบียบราชการ โดยนับจากนี้คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือน เม.ย.นี้ จะสามารถออกหนังสือยกเลิกโครงการ ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ หจก.ประชาพัฒน์ และ หจก.เฮงนำกิจ จะไม่สามารถเข้ายื่นประมูลงานจากกรมโยธาธิการและผังเมืองได้อีก หากจะดำเนินกิจการก็ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด

...

"ส่วนการแก้ไขปัญหานดังกล่าว หลังจากที่สรุปเรื่องการยกเลิกสัญญาเป็นผู้รับเหมาทิ้งงานแล้ว ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองก็จะดำเนินการเร่งรัดการก่อสร้างให้รวดเร็วที่สุด ส่วนมาตรการการเยียวยาปัญหาก่อสร้างถนน จะทำการซ่อมแซม ส่วนปัญหาหนี้สินที่เกิดจากการรับจ้างนั้น จะให้ทางโยธาธิการและผังเมืองกาฬสินธุ์เป็นหลักในการรวบรวมรายละเอียด เพื่อให้ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์เป็นสื่อกลางเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งต่อไป" อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าว.