พ่อแม่และญาติร้องไห้ระงมรับร่าง "อนุชา อินทรวิเศษ" แรงงานไทยเสียชีวิตในอิสราเอล กลับถึงบ้านเกิด อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เป็นลูกชายคนโต หนุ่มใหญ่วัย 49 ปี ไปทำงาน 4 ปี ส่งเงินกลับมาใช้หนี้จนหมด สร้างบ้านใหม่ วางแผนเก็บเงินซื้อวัวให้พ่อแม่เลี้ยง ทำไร่นาสวนผสม ใช้ชีวิตแบบพอเพียง 

สงครามระหว่างกองกำลังฮามาสในปาเลสไตน์ กับทหารอิสราเอล ที่เริ่มขึ้นเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566 แบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก รวมทั้งแรงงานไทยที่ไปทำงานเกษตรในอิสราเอลได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และถูกจับ กระทรวงการต่างประเทศได้นำแรงงานที่ไม่ประสงค์อยู่ต่อกลับประเทศไทยแล้ว 1,560 คน และล่าสุดเช้าวันที่ 20 ตุลาคม ได้นำร่างผู้เสียชีวิต 8 ศพ เดินทางกลับถึงประเทศไทย นำแยกขึ้นรถตู้ไปส่งให้ญาติถึงภูมิลำเนา  


ที่ จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 18.22 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2566 รถตู้โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน นจ 3918 นนทบุรี เป็นรถบริษัทสุริยาหีบศพ ซึ่งได้บริการนำส่งร่างแรงงานไทย ที่เสียชีวิตในอิสราเอลกลับภูมิลำเนา ได้นำร่าง นายอนุชา โสภากุล อายุ 28 ปี 1 ใน 8 ผู้เสียชีวิตเดินทางกลับมาถึงบ้านเลขที่ 5 หมู่ 10 บ้านเดียม ต.เชียวแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิด โดยมี นายปัญญา โสภากุล 46 ปี นางสมพิศ อินทรวิเศษ อายุ 49 ปี นางสนิท โสภากุล อายุ 81 ปี พ่อแม่ และย่าของนายอนุชา ญาติพี่น้อง รวมถึงชาวบ้านจำนวนมาก มารอรับร่าง บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยพ่อและแม่เป็นผู้จุดธูปบอกกล่าวนายอนุชา ว่าถึงบ้านแล้ว กลับบ้านแล้วลูก ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงม 

...


ว่าที่ร้อยโท อนุเทพ ศรีดาวเรือง จัดหางานจังหวัดอุดรธานี มาพร้อมกับปลัดอำเภอกุมภวาปี ตัวแทนแรงงานจังหวัดอุดรธานี ประกันสังคม จ.อุดรธานี เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี วางพวงหรีดแสดงความเสียใจ พร้อมมอบเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ จำนวน 40,000 บาท ประกันสังคม 8,000 บาท เนื่องจาก นายอนุชา เคยทำงานบริษัทมาก่อน 

นายอนุชา ผู้เสียชีวิต เป็นลูกคนโตในจำนวน 3 คน เป็นโสดยังไม่มีครอบครัว เดินทางไปทำงานเกษตรที่ประเทศอิสราเอลได้ 4 ปี ส่งเงินมาจุนเจือครอบครัว ได้ใช้หนี้หมดแล้ว และสร้างบ้านหลังใหม่ 1 หลัง โดยมีแผนว่า เมื่อหมดสัญญาจ้าง 5 ปี เมื่อเดินทางกลับบ้านมาทำไร่นาสวนผสม จะซื้อวัวให้พ่อแม่เลี้ยง ใช้ชีวิตอยู่แบบพอเพียง เนื่องจากตอนที่มีชีวิตอยู่ นายอนุชาเป็นคนนิสัยดี มีจิตอาสา ญาติพี่น้องและชาวบ้าน มักจะมาขอร้องให้นายอนุชา ไปอบรมสั่งสอนญาติหรือเพื่อนบ้านที่เป็นรุ่นน้อง แต่มีนิสัยเกเร ออกนอกลู่นอกทาง ให้กลับมาเป็นคนดีของพ่อแม่ ทำให้ นายอนุชา เป็นที่รักของชาวบ้าน โดยจะตั้งบำเพ็ญกุศลสวดอภิธรรมถึงวันที่ 22 ตุลาคม และจะทำพิธีฌาปนกิจ วันที่ 23 ตุลาคม 2566