พ่อแรงงานไทยชาวอุดรธานี ดีใจลูกบินกลับไทยลอตแรก บอกเหมือนถูกรางวัลที่ 1 ขณะที่แม่ชาวบุรีรัมย์ เฝ้าตามข่าวลูกชายที่หายไปในสงคราม ล่าสุดทหารอิสราเอลช่วยคนไทยไว้ได้ 14 คน แต่ไม่มีชื่อลูกชายเป็นผู้รอดชีวิต 

เหตุสงครามการสู้รบในอิสราเอล กองกำลังติดอาวุธฮามาสบุกโจมตี ทั้งบนอากาศและภาคพื้นดิน มีการบุกเข้ามายิง ทำให้มีพลเมืองผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตหลายร้อยราย รวมทั้งแรงงานไทยที่ไปขุดทองในอิสราเอล ทั้งถูกจับเป็นตัวประกัน เสียชีวิต บาดเจ็บ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นแรงงานชาวอุดรธานี 7 คน แต่มีข่าวดีว่าทหารอิสราเอลเข้ายึดพื้นที่คืน ช่วยแรงงานไทย ซึ่งจะบินกลับประเทศไทยลอตแรก 15 คน หนึ่งในนั้นมี นายไกรสร บัวผาย แรงงานชาวอุดรธานี รวมอยู่ด้วย 

เวลา 16.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 154 หมู่ 2 บ้านนารายณ์ ต.จอมศรี อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านของ นายไกรสร บัวผาย อายุ 42 ปี พบ นายสิงห์ทอง บัวผาย อายุ 65 ปี พ่อนายไกรสร เปิดเผยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า ตนมีลูกชาย 3 คน นายไกรสรเป็นลูกชายคนโต แต่งงานแล้วมีลูก 1 คน นายไกรสรเคยเดินทางไปดูไบ 1 ปีกว่า กลับมาพักที่บ้าน ไม่นานก็ไปทำงานที่ไต้หวัน 6 ปี ครบกำหนดก็กลับมาพัก 1 ปี จากนั้นก็สมัครไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล เหลืออีก 4 เดือนจะครบสัญญา 5 ปี โดยลูกชายไปทำงานเกษตร ตำแหน่งขับรถที่สวนมันเทศ ได้เงินเดือน 7-8 หมื่นบาท ซึ่งลูกชายส่งไปให้ภรรยา และแบ่งส่งมาให้ตนใช้ 2 เดือน 2-3 หมื่นบาท 

หลังจากทราบข่าวเหตุกองกำลังติดอาวุธบุกอิสราเอล ตนรู้สึกเป็นห่วงมาก เพราะกองกำลังติดอาวุธฆ่าไม่เลือก ลูกชายได้โทรศัพท์มาบอกน้องชายว่า จรวดยิงใส่แคมป์คนงานจนเป็นรูโบ๋ขนาดใหญ่ และมีกองกำลังติดอาวุธเข้ามาเคาะประตูห้องพักคนงานไทย ถ้าห้องไหนเปิดก็ถูกยิงตาย แม้จะบอกว่าเป็นคนไทยก็ถูกยิงไม่เลือก ส่วนลูกชายอยู่ในห้องไม่ยอมออกมา รอจนทหารอิสราเอลเข้ามาช่วยเหลือ และแจ้งความประสงค์ขอเดินทางกลับบ้าน จนเช้านี้ลูกสะใภ้โทรมาบอกว่านายไกรสรจะเดินทางกลับไทยลอตแรก วันที่ 12 ตุลาคม 2566 ซึ่งลูกสะใภ้และหลาน ได้เหมารถตู้ไปรับสามีที่สนามบินแล้ว และเมื่อเช้านี้มีนายอำเภอมาแจ้งข่าวดีให้ตนทราบ

...

“ตั้งแต่มีการโจมตีอิสราเอล ก็ได้แต่รอฟังข่าวจากลูก เป็นห่วงลูกมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่หลังจากทราบว่าลูกชายปลอดภัย และจะเดินทางกลับเป็นลอตแรกก็รู้สึกดีใจ โล่งใจ เหมือนถูกรางวัลที่ 1 เมื่อลูกเดินทางกลับมาก็จะไม่ให้ลูกไปทำงานต่างประเทศอีกแล้ว ให้ทำมาหากินที่บ้านเรา แม้จะได้เงินน้อยแต่ก็ปลอดภัย” 

ขณะที่แม่วัย 65 ปี ชาว อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เฝ่าดูข่าวแทบทุกรายการเกี่ยวกับการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล แต่ไร้วี่แววลูกชาย ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เกิดสงคราม ประกาศหาทางเฟชบุ๊กและผ่านเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ไม่มีใครพบตัว

นางเอี้ยง เสไธสง อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 ม.13 บ้านหัวสะพาน ต.บ้านยาง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ แม่นายอาทิตย์ เชื้อทอง อายุ 32 ปี แรงงานไทยในอิสราเอล ยังเฝ้าติดตามข่าวจากหลายสำนักข่าว และคอยลุ้นว่าจะได้ยินชื่อลูกชาย หลังจากติดต่อไม่ได้ตั้งแต่วันเกิดสงครามวันที่ 7 ต.ค.

นางเอี้ยง เล่าว่า ลูกชายไปทำงานได้ 5 ปี หลังจากเกิดเรื่อง ไม่สามารถติดต่อลูกชายได้เลย ไม่มีเพื่อนคนใดแจ้งมาว่าอยู่ที่ไหน ทำให้ครอบครัวกังวล เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ และโพสต์เฟชบุ๊ก ตามหาลูกชายที่หายตัวไปในสงคราม

ล่าสุด สื่ออิสราเอล The Times of Israel รายงานสถานการณ์ว่ากองกำลังอิสราเอล สามารถระบุสถานะของตัวประกัน 30 คนได้ในคิบบุตซ์ ไอน์ ฮาชโลชา (Kibbutz Ein Hashlosha) ทางตอนใต้ของอิสราเอล จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา ถึงกลุ่มตัวประกันที่หายไปว่ายังมีชีวิตอยู่ โดยเป็นกลุ่มชาวอิสราเอล 16 คน เป็นแรงงานชาวไทย 14 คน ที่สูญหาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าให้ความช่วยเหลือ พบว่า ทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่และปลอดภัยดี อย่างไรก็ตาม จากข่าวดังกล่าวไม่พบชื่อของลูกชายนางเอี้ยงแต่อย่างใด