พ่อแม่ญาติพี่น้องของแรงงานชาวจังหวัดชัยภูมิที่ไปทำงานที่อิสราเอล บางรายถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องคอยติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ส่วนใหญ่แข็งใจขออยู่ต่อ ยังไม่อยากกลับบ้าน ขอหาเงินปลดหนี้ก่อน

ไทยยังติดตามสถานการณ์สู้รบในประเทศอิสราเอล หลังกองกำลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีตามอาคาร บ้านเรือน สังหารและจับพลเรือนไปเป็นตัวประกัน ซึ่งในจำนวนนี้มีคนไทยที่ไปทำงานรวมอยู่ด้วยหลายชีวิต

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 256 นายสมบัติ ไตรศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ มีชาวบ้านตามพื้นที่อำเภอต่างๆ เดินทางไปทำงานขายแรงงานที่อิสราเอล ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านสำนักงานจัดหางาน จ.ชัยภูมิ จำนวน 772 คน เป็นชาย 742 คน หญิง 30 คน และมีอีกจำนวนหนึ่งที่เดินทางไปทำงานที่ผิดกฎหมายและครบกำหนดสัญญาแต่ไม่กลับ ลักษณะผีน้อยจำนวนหนึ่ง ไม่มียอดเดินทางไปลักษณะนี้จำนวนเท่าไร ขณะนี้ได้เร่งให้ทุกพื้นที่ ตำบล หมู่บ้าน อำเภอต่างๆ ได้มีการสำรวจจำนวนคนที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ที่แท้จริงทั้งหมดมีเท่าไร จะได้ให้การช่วยเหลือต่อไป

นายสมบัติ ยังบอกอีกว่า ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ในจำนวนแรงงานถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 772 คน ชาย 742 คน หญิง 30 คน มากที่สุดอยู่ที่ อ.บ้านแท่น 144 คน รองลงมา อ.ภูเขียว 133 คน อ.แก้งคร้อ 110 คน อ.เมือง 110 คน อ.หนองบัวแดง 68 คน ที่เหลือกระจายอยู่ตามอำเภอต่างๆ หลังเกิดสงครามที่อิสราเอล จัดหางาน จ.ชัยภูมิ ได้ลงพื้นที่สอบถามญาติแรงงานเหล่านั้นหมดแล้ว พบมีทั้งญาติ พ่อแม่ ติดต่อกับญาติ ลูกหลานตัวเองที่อิสราเอล พบมีทั้งติดต่อได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ซึ่งในการช่วยเหลือแรงงานเหล่านั้น หากสงครามยืดเยื้อ รัฐบาลไทยพร้อมให้การช่วยเหลือแรงงานเหล่านั้น กลับประเทศไทยทุกคน เบอร์โทรศัพท์สถานทูตไทยในอิสราเอล ฝ่ายจัดหาแรงงาน เบอร์ 972-544693476 ส่วนญาติแรงงานไทย ติดต่อญาติที่อิสราเอลไม่ได้ ติดต่อผ่านสำนักงานจัดหางาน จ.ชัยภูมิได้ ฝ่ายต่างประเทศ ที่โทรศัพท์หมายเลข 044-813508 และเบอร์มือถือ 080-7323993  แรงงานไทยในอิสราเอล ทั้งที่ถูกกฎหมาย และไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากแรงงานที่ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลจะได้วีซ่านานสุดเป็นระยะเวลา 5 ปีครั้งเดียว ไม่สามารถต่อวีซ่ากลับเข้าไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้อีก หากแรงงานที่อยู่ประเทศอิสราเอลต้องการกลับบ้านสามารถแจ้งเข้ามาได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

...

ขณะที่ในพื้นที่ อ.ภูเขียว เป็นพื้นที่มีแรงงานเดินทางไปทำงานที่อิสราเอลมากถึง 133 คน รวมถึง ต.โอโล มีทั้งหมด 13 คน ซึ่งตามหมู่บ้านต่างๆ บรรดาญาติแรงงานไทย ได้มีการจับกลุ่มพูดคุยกัน สอบถามซึ่งกันและกัน ถึงความห่วงใยบรรดาญาติ พี่น้อง ลูกชายเดินทางไปทำงานที่อิสราเอล ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับคอยติดตามข่าวอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งบางรายยังติดต่อไม่ได้ กลัวเกิดอันตรายกับญาติตัวเอง จึงเร่งสำรวจข้อมูลส่งทางอำเภอเพื่อประสานไปยังหน่วยงานช่วยให้ช่วยติดต่อญาติตัวเองให้ด้วย ซึ่งตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ (9 ต.ค.) บรรดาผู้เป็นพ่อแม่ ผู้ที่ไปทำงานต่างประเทศ เป็นห่วงมาก พยายามติดต่อลูกอยู่ตลอดเวลา ด้วยความเป็นห่วง แต่อย่างไรก็อยากให้รัฐบาลเร่งค้นหาติดตามแรงงานชาวชัยภูมิเร่งด่วนเพราะทางบ้านเป็นห่วงมากๆ รวมถึงนางสายรุ้ง (ขอสงวนนามสกุล) ผู้เป็นแม่ของนายวรเชษฐ์ (ขอสงวนนามสกุล) หมู่ 1 ต.โอโล อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ที่ได้อุ้มลูกสาววัย 10 ขวบ วิดีโอคอลคุยกับ นายวรเชษฐ์ สอบถามความเป็นอยู่ปลอดภัยเพียงไหน อยากกลับบ้านไหม ได้รับคำตอบ ขอดูไปก่อนครับ ยังตอบไม่ได้เพราะยังอยากหาเงินกลับบ้าน

ขณะที่แรงงานที่อำเภอภูเขียวอีกราย นายวินัย (ขอสงวนนามสกุล)  อายุ 30 ปี บ้านโอโล หมู่ 1 ต.โอโล อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งหลบภัยกับแรงงานคนไทยด้วยกันรวม 4 คน ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลเกือบ 3 ปี มีกำหนดครบสัญญาในเดือนมกราคมปี 67 ที่จะถึงนี้  น.ส.สุกัญญา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี เป็นภรรยาเปิดร้านอาหารที่อำเภอภูเขียว ด้วยความเป็นห่วงได้วิดีโอคอลคุยสถานการณ์ล่าสุดกับนายวินัย สามี โดยนายวินัยยืนยันว่ายังมีการยิงจรวดเข้ามาใกล้กับที่พักตลอดเวลา ไม่ห่างจากที่พักยังมีเศษก้นของจรวดที่ยิงมาตกเมื่อวาน นายวินัยได้เก็บมาให้ผู้สื่อข่าวดู ถ้าสถานการณ์สงครามไม่ยืดเยื้อก็อยากอยู่ต่อจนครบสัญญา แต่ถ้าเหตุการณ์รุนแรงมากกว่านี้ก็อยากกลับประเทศไทยเช่นกัน