ข้าราชการชี้ นโยบายแบ่งจ่ายเดือนเป็นสองงวด แต่เงินเท่าเดิม จะกระทบช่วงแรก ต้องมาบริหารจัดการรายจ่ายใหม่ทั้งหมด เพราะทุกคนมีรายจ่ายตายตัวไว้อยู่แล้วว่าจะต้องจ่ายตามกำหนด หากแบ่งสองงวดอาจต้องกู้มาจ่ายหนี้ แล้วรอเงินงวดสองมาจ่ายหนี้ที่ยืมมา เสียดอกเบี้ยเพิ่มไปอีก

วันที่ 13 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง ครม. มีมติแบ่งจ่ายเงินเดือนข้าราชการออกเป็นสองงวด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดสภาพคล่องทางด้านการเงินของข้าราชการ ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ในต้นปีหน้า จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะกระทบในภาพรวมประเทศ เพราะข้าราชการส่วนใหญ่มีหนี้สินแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน ซึ่งจะทำให้เกิดการกระทบในการบริหารจัดการเงินที่ได้รับมาใหม่จนเกิดความยุ่งยากให้กับข้าราชการมากขึ้นอีก โดยส่วนใหญ่อยากจะให้มีการถามความเห็นชอบของข้าราชการ ก่อนที่จะมีการบังคับตามมติแบ่งจ่ายเงินเดือนข้าราชการดังกล่าว

จากการสอบถาม นางชมพู (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 49 ปี  ข้าราชการสังกัดกระทรวงหนึ่ง ให้ความเห็น ถึงนโยบายปรับเงินเดือนข้าราชการแบ่งจ่ายสองงวด ว่า ส่วนตัวมองว่าการใช้จ่ายเงินเดือนนั้น ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเงินที่ได้รับมาในแต่ละเดือน ให้เพียงพอกับรายจ่ายที่มีการกำหนดชำระเงิน ไม่ให้จ่ายล่าช้า และหากนโยบายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ส่วนตัวก็ต้องมาบริหารจัดการเงินในงวดที่หนึ่งและงวดที่สองให้พอดีกับรายจ่ายที่ตัวเองฟิกซ์เอาไว้ในแต่ละเดือนว่าจะจ่ายในวันที่เท่าไร เป็นจำนวนเงินเท่าไร เพราะแต่ละเดือนทุกคนมีค่าใช้จ่าย ทั้งค่าบ้าน ค่ารถ และค่าใช้จ่ายอยู่กิน การแบ่งจ่ายในส่วนนี้ส่วนตัวจึงมองว่าจะเกิดความวุ่นวายในช่วงระยะแรก หลังจากมีผลบังคับใช้ เนื่องจากทุกคนต้องปรับเปลี่ยนการจ่ายเงินให้เข้ากับการรับเงินเดือนที่ถูกแบ่งจ่าย หากจะถามว่ากระทบไหมก็คงกระทบไม่มากเพราะเงินก็ยังได้รับเท่าเดิม แม้จะแบ่งจ่ายมากกว่า 2 งวด แต่เงินก็ยังได้รับเท่าเดิมอยู่ จึงมองว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคงเป็นในเรื่องของการบริหารจัดการเงินที่ได้รับมากกว่า แต่ทั้งนี้ ในฐานะข้าราชการ ก็ต้องน้อมรับปฏิบัติตาม นโยบาย กฎระเบียบของทางรัฐบาล เมื่อมีคำสั่งก็ต้องบริหารจัดการให้ไม่เกิดผลกระทบ

...

ขณะที่ นางสาวน้ำเงิน (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 34 ปี พนักงานราชการทั่วไป กล่าวว่า ในส่วนของพนักงานราชการ จะถูกแบ่งจ่ายเป็นสองงวดด้วยหรือไม่ ซึ่งต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง แต่หากถามในเรื่องของผลกระทบเกี่ยวกับเงินเดือนที่จะแบ่งจ่ายเป็นสองงวดนั้น ส่วนตัวมองว่าจะเกิดผลกระทบอย่างแน่นอน โดยเฉพาะข้าราชการที่เป็นชั้นผู้น้อยรายได้ไม่มาก ซึ่งส่วนตัวยังต้องเช่าห้องพักรายเดือน ค่าอยู่ค่ากินต้องคิดแล้วคิดอีก บริหารเพื่อให้เพียงพอในแต่ละเดือน เพราะตอนนี้ก็ใช้จ่ายแบบเดือนชนเดือน หากมีการแบ่งจ่าย ก็จะเกิดผลกระทบในเรื่องของเงินที่ได้รับไม่เพียงพอต่อการจ่ายหนี้สินโดยเฉพาะงวดรถและค่าเช่าห้อง ซึ่งมองว่าอาจทำให้บางคนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เพื่อมาโปะหนี้ให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนไปก่อน แล้วรอเงินเดือนงวดที่สองออกเพื่อนำมาจ่ายเงินที่ไปกู้หนี้ยืมสินมาโปะในงวดแรก ก็จะทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มเข้าไปอีก เพราะแต่ละเดือน ทุกคนมีค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินก้อนตายตัวที่จะต้องจ่ายตามกำหนด จึงมองว่าการแบ่งจ่ายเป็นงวด ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาในเรื่องการหมุนเงินของข้าราชการกินเงินเดือน อีกทั้งบางรายที่มีการทำเรื่องกู้จากแหล่งเงินกู้ต่างๆ หรือสหกรณ์ต่างๆ ซึ่งจะมีการหักจากเงินเดือนก็จะทำให้ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ด้วย เพราะบางรายหักไปแล้วเงินเดือนเหลืออยู่แค่หลักพันก็มี อยากฝากถึงรัฐบาลว่า รายได้เท่าเดิม แต่งานเยอะขึ้น อยากจะให้เพิ่มเบี้ยเลี้ยงหากจะมีการแบ่งเงินออกเป็นสองงวด ก็จะพอบรรเทาในเรื่องการหมุนเงินให้เข้ากับรายจ่ายได้ไม่มากก็น้อย แต่ทั้งนี้ส่วนตัวยังไม่แน่ชัดว่าได้รับเงินเดือนก้อนเดียว หรือถูกแบ่งเป็นสองงวด ซึ่งก็ต้องรอติดตามความชัดเจนต่อไป