รวบแล้ว "ฆาตกรโหด" ฆ่ารัดคอ-ขืนใจสาวใหญ่ ที่นครพนม เค้นสอบยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา คุมตัวฝากขัง-ค้านประกัน ตำรวจพุ่งปมสัมพันธ์ส่วนตัว-หึงหวงฆ่าโหด จัดฉากหนีคดี
จากกรณีที่ สาวใหญ่ อายุ 42 ปี ชาว ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำภายในบ้านพักเมื่อคืนวันที่ 25 ก.พ. 2566 หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครพนม และกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกระจกข้างบ้านมีร่องรอยการถูกทุบ ส่วนศพผู้ตายนอนเสียชีวิตอยู่บนโซฟาบริเวณชั้นล่างของบ้าน แต่พบพิรุธมีสายไฟความยาว ประมาณ 1 เมตร ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ รวมถึงผ้าขนหนู นอกจากนี้ยังพบผู้ต้องสงสัย 1 ราย คือ นายคึกฤทธิ์ สมประสงค์ อายุ 42 ปี เพื่อนบ้านผู้ตาย หลังเกิดเหตุเป็นคนขับรถ จยย.ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอ้างว่ามีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุไม่สามารถโทรติดต่อผู้ตายได้ จึงไปหาที่บ้านพัก และทุบกระจกเข้าไปภายในบ้าน พบผู้ตายใช้ผ้าขนหนูผูกคอตัวเองในห้องน้ำ จึงพยายามหาทางช่วยชีวิตแต่ไม่สำเร็จ นอกจากนี้ทางตำรวจยังพบว่า หลักฐานและคำให้การขัดแย้งกันอยู่หลายประเด็น รวมทั้งญาติผู้ตายติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เชื่อว่าถูกฆาตกรรม จึงส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุอย่างละเอียด
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 66 พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคดีดังกล่าวพบมีพิรุธหลายจุด ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง อีกทั้งทางตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องสงสัย จากนั้นจึงส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียด และรอผลชันสูตรนานกว่า 6 เดือน จนเป็นที่แน่ชัดยืนยันว่าเป็นการฆาตกรรม อีกทั้งยังมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้กระทำผิดอีกว่า มีการใช้สายไฟรัดคอผู้ตายด้วย
นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานที่สำคัญอีกอย่าง คือ ในช่องคลอดผู้ตายและที่เกิดเหตุ พบคราบอสุจิของผู้ต้องสงสัยหลังส่งตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงเชื่อว่ามีการขืนใจผู้ตายก่อนฆาตกรรม หลังจากนั้นทางตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานขอศาลจังหวัดนครพนมออกหมายจับผู้ต้องสงสัยคือ นายคึกฤทธิ์ สมประสงค์ อายุ 42 ปี เพื่อนบ้านผู้ตาย ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวและหึงหวง จนเกิดการฆาตกรรมและจัดฉากเพื่อหนีความผิด แต่หลักฐานชัดเจน สุดท้ายหนีไม่รอด ถูกจับกุมตัวตามหมายจับดำเนินคดีในข้อหา "ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ทำให้เสียทรัพย์ และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน" เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ทางตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานจึงนำตัวส่งศาลฝากขังและค้านประกันตัว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป