พ่อตาและแม่ยายของ นายยงยุทธ ประกิ่ง อดีต รปภ. ที่ถูกชูวิทย์พาดพิงเรื่องเป็นนอมินีของ นายเศรษฐา ทวีสิน กู้เงิน 1,000 ล้าน ไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริง อาจถูกนำบัตรประชาชนไปสวมรอยกู้ ขณะผู้ใหญ่บ้านยืนยันนายยงยุทธ เลิกงาน รปภ. กลับมาใช้ชีวิตเกษตรกร เห็นยังเป็นหนี้ ธ.ก.ส.อยู่อีกบาน

จากกรณีที่ นายชูวิทย์ กลมวิศิษฎ์ ได้ออกมาปฏิบัติการแฉเพื่อชาติ กล่าวหามีนอมินี 3 คน ทั้งแม่บ้านและ รปภ. มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทเอ็นแอนด์เอ็น ทำนิติกรรมอำพรางกู้เงิน 1,000 ล้านบาท จากบริษัทแสนสิริ รายละเอียดตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว

วันที่ 16 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 220 ม.4 ต.สามัคคีพัฒนา อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร ซึ่งเป็นบ้านของนายยงยุทธ ประกิ่ง ผู้ที่ถูกระบุชื่อเป็นหนึ่งในกรรมการผู้ถือหุ้นของบริษัทเอ็นแอนด์เอ็น เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อไปถึงพบว่านายยงยุทธไม่ได้อยู่ที่บ้าน ทราบจากพ่อตาและแม่ยายของนายยงยุทธที่บ้านอยู่ติดกันว่า นายยงยุทธพาภรรยาที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ไปพบแพทย์ตามนัดหมายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ยังไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อไหร่

...

จากการตรวจสอบ บ้านเลขที่ 220 ม.4 ต.สามัคคีพัฒนา อ.อากาศอำนวย ของนายยุงยุทธ ลักษณะเป็นบ้านปูนสีขาวชั้นเดียว ตรงกันกับที่ปรากฏในภาพถ่ายที่ติดบนบอร์ดของนายชูวิทย์ ข้างบ้านมีรถไถยี่ห้อจอห์นเดียร์ สีเขียว จอดอยู่ จึงได้สอบถามนายดอนสวรรค์ อุปทุม อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นพ่อตาของนายยงยุทธ และมีบ้านอยู่ติดกัน เกี่ยวกับข่าวนายยงยุทธมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทที่ไปกู้เงิน 1,000 ล้านบาท จากบริษัทแสนสิริ ก็ได้รับคำตอบว่าตนไม่ค่อยได้ติดตามข่าวเท่าไร จึงไม่ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้น โดยนายยงยุทธเองได้ออกจากงาน รปภ.ที่กรุงเทพ เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว มาประกอบอาชีพเกษตรกร จึงขายวัวขายควายไปซื้อรถไถให้ เพื่อเอามารับจ้างเพิ่มรายได้อีกทาง ก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงมีชื่อปรากฏเป็นผู้ถือหุ้นได้ หากนายยงยุทธกลับมาจะพูดคุยสอบถามเรื่องนี้ และพาไปลงบันทึกประจำวันไว้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ด้าน นายวิเศษ คำเกษ ผู้ใหญ่บ้านหนองผือ ม.4 ต.สามัคคีพัฒนา อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร กล่าวว่า ตนไม่ทราบข้อมูลเบื้องลึกอะไรนัก ทราบเพียงว่า นายยงยุทธ กลับมาจากทำงานที่กรุงเทพฯ เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว และประกอบอาชีพทำการเกษตรเท่านั้น โดยพ่อตาขายวัวขายควายไปซื้อรถไถให้ เพื่อให้นายยงยุทธนำไปรับจ้างหารายได้เพิ่มเติม นอกจากนี้ก็เห็นว่ายงยุทธยังเป็นหนี้ ธ.ก.ส.อีกจำนวนมาก ก็ไม่เข้าใจว่าไปเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทได้อย่างไร