บุรีรัมย์-สามเณรทะเลาะกันหัวแตก โดนคู่กรณีกระโดดถีบ เกิดดราม่าพระสั่งห้ามบอกผู้ปกครอง ท้ายสุดต้องไปเจอกันที่โรงพักเพื่อไกล่เกลี่ย ฝ่ายหนึ่งไม่ติดใจเอาความ อีกฝ่ายยืนยันทางวัด ไม่เคยปล่อยปละละเลย

กรณีนางสาวสุพัตรา บุญหนัก อายุ 30 ปี อยู่เลขที่ 137 หมู่ 7 ต.โคกสูง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ร้องผ่านสื่อว่า น้องชายอายุ 14 ปี ที่บวชเรียนที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมแห่งหนึ่งใน ต.เย้ยปราสาท อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ แล้วถูกเพื่อนเณรด้วยกันทำร้ายด้วยการกระโดดถีบจนเณรได้รับบาดเจ็บหัวแตก หมอต้องเย็บ 3 เข็ม ซึ่งจากการให้สัมภาษณ์ของนางสาวสุพัตรา ระบุว่าเสียใจที่ไม่มีใครแจ้งผู้ปกครองเด็กรับทราบ ทั้งที่ควรแจ้ง โดยได้มีการไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กับ ร.ต.อ.ธีวัฒน์ ราชคีรี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.หนองกี่ เอาไว้ก่อน ซึ่งการแจ้งลงบันทึกประจำวันดังกล่าว นางสาวสุพัตรา ยืนยันว่าไม่ได้หวังจะเอาผิดใคร ที่ไปแจ้งความอยากรู้ข้อเท็จจริง เพราะไม่มีใครออกมาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นได้นั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2566 ที่ห้องไกล่เกลี่ย สภ.หนองกี่ พระสมุห์ภัทราวุธ วราสะโภ ตัวแทนเจ้าอาวาสวัดเย้ยปราสาท อ.หนองกี่ และนางสาวสุพัตรา ได้พูดคุยกัน โดยนางสาวสุพัตรา บอกว่า ตนเองไม่เคยพูดคำว่า "ไม่มีใครพาไปหาหมอ" แต่ข่าวที่ออกไปใช้คำว่าไม่มีใครพาไปรักษา เรื่องทั้งหมดไม่ติดใจเอาเรื่อง ตอนนี้น้องสึกแล้วตนจะดูแลพาไปเรียนที่ต่างจังหวัด

ด้านพระสมุห์ภัทราวุธ วราสะโภ ยังกล่าวว่า วันเกิดเหตุตนเป็นคนพาเณรรูปนี้ไปหาหมอเอง สาเหตุที่ญาติคิดว่าไม่ได้บอกใคร เพราะได้โทรศัพท์ปรึกษาหลวงตาบุญมี ซึ่งอยู่บ้านเดียวกับเณร รู้จักครอบครัวเด็กเป็นอย่างดี จะปรึกษาคุยถึงเด็กเป็นประจำ เด็กขาดพ่อแม่ หลวงตาบุญมี แจ้งว่าให้ช่วยดูแล ก็ดูแลอย่างใกล้ชิด เด็กทั้ง 2 ไม่ติดใจเอาความกัน วัดไม่เคยปิดบัง เด็กซึ่งอยู่ในวัยรุ่นตามวัยถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ข่าวที่ออกไปว่าไม่พาเด็กไปหาหมอไม่เป็นความจริง ทางวัดดูแลพระและเณรมากว่า 100 รูป ในแต่ละปีมีพระเณรมาศึกษาธรรมตลอด ไม่เคยปล่อยปละละเลย

...

อย่างไรก็ตาม หลังจากพูดคุยกันทางผู้ปกครองและวัดเข้าใจกันเป็นอย่างดี