"สมศักดิ์" หอบ สส.อีสานลงพื้นที่ จ.บึงกาฬ ติดตามการแก้ปัญหาต้นยางตายนึ่งทั่วประเทศ ส่งผลน้ำยางหาย-รายได้ลดฮวบ พบแคลเซียมคาร์บอเนตช่วยแก้ปัญหาได้ จ่อชงรัฐบาลใหม่แก้จริงจัง-ขอเชื่อมือเพื่อไทยทำยางพาราให้ดีขึ้น เหมือนยุค "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" ขณะที่ "วิสุทธิ์" อ้อนขอกระทรวงเกษตรฯ ให้เพื่อไทยบริหารช่วยเกษตรกรเอง

เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 66 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานยุทธศาสตร์การเกษตร พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ นางสาวสกุณา สาระนันท์ สส.สกลนคร นายนิพนธ์ คนขยัน สส.บึงกาฬ นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สส.นครพนม นายสุรพจน์ เตาะเจริญสุข สส.ขอนแก่น และ นางสาววิภาณี ภูคำวงศ์ สส.ขอนแก่น ได้ลงพื้นที่ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ เพื่อศึกษาการเพิ่มผลผลิตยางพารา พร้อมชมการสาธิต การรักษาต้นยางตายนึ่ง โดยมีประชาชนกว่า 200 คน ร่วมต้อนรับ และรับฟังบรรยายสรุป จาก สส.พรรคเพื่อไทย รวมถึงยังได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้สะท้อนปัญหาถึงการเพาะปลูกยางพาราด้วย

โดยประชาชนส่วนใหญ่ ได้สะท้อนปัญหาว่า ราคายางพาราตกต่ำ จึงอยากให้รัฐบาลใหม่ช่วยผลักดันและสนับสนุน พร้อมทั้งจัดให้มีการอบรมในเรื่องการเพาะปลูกยางพาราให้มีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้ความรู้ในการแก้ปัญหา ต้นยางตายนึ่งด้วย

...

ขณะที่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้คณะยุทธศาสตร์การเกษตรพรรคเพื่อไทย ได้มาเยี่ยมชมการสาธิตการใช้แคลเซียมคาร์บอเนตสำหรับยางพารา เพื่อแก้ปัญหายางตายนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้น้ำยางมีปริมาณลดลง เพราะทำให้การกรีดยางได้น้ำน้อยลง จนทำให้เกษตรกรมีรายได้ตกต่ำ ปัญหานี้ต้องยอมรับว่าเกิดขึ้นในทั่วประเทศแล้ว จากการคาดการณ์การเสียหายน่าจะมากกว่าล้านไร่โดยการใช้แคลเซียมคาร์บอเนต ต้องผสมสาร 0.5 ลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร ซึ่งจะสามารรถช่วยได้ 3 แนวทาง คือ 1.สำหรับแก้ปัญหาหน้ายางตาย ยางเปลือกแห้ง โดยต้องฉีดพ่นรอบต้นเดือนละ 1 ครั้ง 2.สำหรับเพิ่มผลผลิตยางพารา ซึ่งต้องฉีดพ่นหน้ายางที่รอยกรีดหรือฉีดเต็มหน้ายาง โดยฉีดได้ 150-300 ต้น เดือนละ 1 ครั้ง จะทำให้เปลือกนิ่ม กรีดง่าย น้ำยางไหลดี รวมถึง DRC จะสูงขึ้นด้วย และ 3.ปรับค่า PH ของดินเพื่อแก้ปัญหาดินเป็นกรด โดยฉีดรอบบริเวณทรงพุ่มโคนต้นยางพารา เพื่อให้เป็นปุ๋ย

"จากผลการทดลองใช้ภายใน 1-3 เดือน พบว่า น้ำยางมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น และสามารถทำให้โรคยางตายนึ่งหมดไปได้ ซึ่งเป็นการช่วยให้เกษตรกรกลับมามีรายได้ และได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น โดยขณะนี้มีการทดลองแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้แล้ว ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ แต่จะเป็นการช่วยเหลือแบบ CSR ของบริษัทเอกชน ซึ่งก็พบว่า ประสบความสำเร็จ ดังนั้นผมเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลจัดตั้งเสร็จ เรื่องนี้จะถูกนำเสนอต่อผู้บริหารของประเทศ และจะเร่งแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาสินค้าเกษตร รวมถึงโรคติดต่อของสัตว์ต่างๆ ด้วย" นายสมศักดิ์ กล่าว

ส่วน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ตนถือเป็นหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกยาง จึงมีความเข้าใจเป็นอย่างดี ถึงความเดือดร้อนของประชาชนในเวลานี้ ในเรื่องราคาที่ตกต่ำ แต่ตนเชื่อว่า เมื่อมีรัฐบาลใหม่ราคายางจะดีขึ้น เพราะนี่คือหนึ่งในนโยบายของพรรคเพื่อไทยในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร รวมถึงการนำนวัตกรรมใหม่เข้ามาสนับสนุนเกษตรกรและด้านปศุสัตว์ จึงขอให้พี่น้องประชาชนอดทนอีกสักระยะหนึ่ง เพราะเร็วๆ นี้ก็จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรี และจะมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ตนก็ขอให้พรรคเพื่อไทยนั้นได้กระทรวงเกษตรฯ ไว้บริหาร เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเอง เพราะเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ทอดทิ้งประชาชนในเรื่องนี้ เนื่องจากในสมัยอดีตนายกฯ ทักษิณและอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เคยทำราคายางสูงถึงหลักร้อยบาทมาแล้ว

ด้าน นางสาวสกุณา กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องยอมรับว่าภาครัฐอาจจะไม่ได้ลงมาให้ความรู้หรือดูแลได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นการปลูกต้นยาง รัฐบาล ต้องหันมาสนับสนุน ในเรื่องของนวัตกรรม รวมถึงปุ๋ยที่ถูกสูตรมีคุณภาพในราคาถูก ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งหนทาง ที่ทำให้ผู้ปลูกยางมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

...

ด้าน นายนิพนธ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยวันนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่าใส่ใจและพร้อมรับฟังปัญหาต่างๆ ของพี่น้องประชาชนใน จ.บึงกาฬ ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่าเรามีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ที่สะสมมาอย่างช้านานให้ดีขึ้นในยุคของพรรคเพื่อไทย โดยตนจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยผลักดันทุกทาง เพื่อขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกตนมาทำงานในฐานะผู้แทนราษฎร