หนุ่มอ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี วัย 25 ปี ลางานมาดูใจปู่ จนปู่เสียชีวิตและเผาแล้ว ตัวเองกำลังจะกลับไปทำงาน นั่งตกปลาที่ฝายยาง เจอเด็กผู้หญิงกับผู้ชายกำลังจะจมน้ำ กระโดดลงไปช่วยเด็กผู้ชายไว้ได้ แต่คนช่วยกลับจมหายไปพร้อมเด็กผู้หญิง ก่อนพบเป็นศพทั้งคู่
เวลา 15.30 น. วันที่ 28 ก.ค. 66 พ.ต.ท.สังวาล งอกศิลป์ สารวัตรสอบสวน สภ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี รับแจ้งเหตรับแจ้งเหตุคนจมน้ำในโครงการฝายยางบ้านคำสะอาด ตำบลยางใหญ่ อำเภอน้ำยืน มีผู้สูญหาย 2 ราย พลเมืองดีช่วยเหลือขึ้นมาได้ 1 ราย เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำจากมูลนิธิศิษย์พระจี้กงอุบลราชธานี และกู้ชีพในพื้นที่ กำลังค้นหาร่างผู้ประสบภัย
หลังรับแจ้ง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังค้นหาร่างผู้สูญหาย บริเวณสปิลเวย์ระบายน้ำของฝายยางดังกล่าว จากการค้นหาใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง จึงพบร่างของ นายสหภาพ เสนครามอายุ 25 ปี หนุ่มโรงงานนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในจ.ฉะเชิงเทรา ชาวบ้านคำสะอาด อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลน้ำยืนชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นพบเสียชีวิตจากจมน้ำเสียชีวิต สอบถามทางญาติไม่ติดใจ ในสาเหตุการตายและขอรับร่างของนายสหภพ ไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ส่วนนางสาวศิรินทิพย์ โพธิ์ชัย อายุ 17 ปี ชาวบ้านคำสะอาด ผู้สูญหายอีกคนเจ้าหน้าที่ทำการค้นหาจนถึงเวลา 24.00 น. จึงได้ยุติการค้นหา ขณะที่เด็กชายอายุ 10 ที่นายสหภพ ช่วยเหลือไว้ได้ ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลอาการปลอดภัยแล้ว
ล่าสุดเวลา 12.30 น. วันที่ 29 ก.ค. ชาวบ้านได้เดินเท้าค้นหาบริเวณหน้าฝายยางที่เกิดเหตุพบร่างของนางสาวศิรินทิพย์ ลอยติดต้นไม้อยู่กลางฝ่ายห่างจากจุดตกประมาณ 100 เมตร จึงได้นำร่างขึ้นมาไว้ศาลาที่ทำการฝายยาง เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ร่วมชันสูตร
...
สอบถามนายยง โคตรบัณฑิต อายุ 48 ปี กำนันหมู่ 4 ตำบลพรสวรรค์อำเภอนาจะหลวย ผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ขณะตนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาถึงบริเวณกลางสะพาน เห็นเด็ก ผู้หญิง ลอยคอขอความช่วยเหลือ จึงได้วิ่งลงมาดูก็พบว่า นางสาวศิรินทิพย์ได้จมหายไปแล้ว มองไปอีกฝั่งเห็นเด็กผู้ชายกำลังจะจมน้ำ มีนายสหภพที่กำลังตกปลาอยู่บริเวณใกล้เคียงเห็นจึงได้ลงไปช่วยไว้ได้ แต่ไม่สามารถว่ายเข้าฝั่งได้เนื่องจากกระแสนำค่อนข้างแรง พยุงตัวรอจนกระทั่งนายสหภพหมดแรงจมหายไป เหลือแต่เด็กชายที่พยายามพยุงตัว โดยมีชาวบ้านโยนถังน้ำและเชือกลงไปให้เด็กชายจับนำตัวขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย ส่วนนายสหภพ นางสาวศิรินทิพย์ จมหายไปจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าค้นหา
ด้านนางสาวจิราวรรณ ลอรับลบ อายุ 19 ปี พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์และโยนเชือกช่วยเด็กผู้ชายขึ้นมา เล่าว่า ตนได้ยินเสียงตะโกนของทางกำนันจึงได้ออกมาดูพบว่าเด็กผู้ชายกำลังจะจมน้ำจึงได้แก้เชือกโยนลงไปให้เด็กจับเข้ามาได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่ นางสาวเสาวลักษ์ โพธิ์ชัย มารดาของนางสาวศิรินทิพย์ เล่าว่า ลูกสาวออกจากบ้านตั้งแต่เที่ยง พอบ่าย 2 ได้มีคนวิ่งไปบอกตนจึงได้วิ่งออกมาดูการค้นหาถึงเที่ยงคืนแต่ก็ไม่พบ ซึ่งปกติลูกสาวเป็นคนที่ช่วยงานบ้านทุกอย่าง การสูญเสียครั้งนี้ทำให้ใจแตกสลายอยากให้ผู้ปกครองดูแลลูกให้ดีอย่าเป็นเหมือนตน ส่วนเด็กๆ เองก็ขอให้เชื่อฟังพ่อแม่เพราะการสูญเสียมันไม่สามารถเอากลับคืนมาได้
ผู้สื่อข่าวได้ไปที่งานศพของนายสหภพ ที่อยู่ในหมู่บ้าน พบกำลังเตรียมสถานที่สำหรับการบำเพ็ญกุศลในค่ำคืนนี้ นายอนุพงษ์ เสนคราม อายุ 49 ปี พ่อของนายสหภพ เล่าว่าปกติตนเองและลูกชายทำงานที่จังหวัดฉะเชิงเทรา พอดีช่วงกลางเดือนพ่อของตน ได้ป่วยหนักจึงได้กลับมาดูใจก่อนจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา และเผาศพไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ตนและลูกชายมีกำหนดกลับไปทำงานวันนี้ (29 ก.ค) แต่เมื่อวานวันเกิดเหตุลูกชายขอไปตกเบ็ดที่ฝายยางที่เกิดเหตุ แล้วพบเด็กกำลังจะจมน้ำจึงกระโดดลงไปช่วย จนสามารถช่วยเด็กชายได้ 1 คน ล่าสุดอาการปลอดภัย ส่วนลูกชายต้องจบชีวิตแทน
นายอนุพงษ์ ยังบอกอีกว่าลูกชายเป็นเสาหลักในการทำงานหาเงิน การสูญเสียครั้งนี้ยิ่งใหญ่มากสำหรับครอบครัวเพราะตนเพิ่งสูญเสียพ่อไปไม่กี่วัน ลูกชายก็ต้องมาเสียชีวิตตามไปอีก ทั้งที่ลูกชายเองก็มีแผนจะแต่งงานในต้นปีหน้า อย่างไรตนภูมิใจที่ลูกชายเป็นคนดี ฝากถึงใครก็ตามที่คิดอยากจะช่วยเหลือคนอื่นต้องระวังอย่าให้ตัวเองลำบากเพราะการสูญเสียไม่สามารถเอากลับคืนมาได้
สำหรับการบำเพ็ญกุศลศพของนายสหภพ และนางสาวศิรินทร์ทิพย์ ทำเพียงคืนนี้คืนเดียวและจะนำไปฌาปนกิจในวันพรุ่งนี้ พร้อมกัน