คลิปไลฟ์เดือด ตำรวจจับรถ จุดห้ามยูเทิร์น ยืนโบกเดี่ยวๆ ไร้ด่านตั้งตรวจ ชาวบ้านได้กลิ่นละมุดโชยออกมา คาดเมาปฏิบัติหน้าที่ สงสัยเป็นตำรวจจริงหรือไม่ ล่าสุดมีการตรวจสอบแล้วพบเป็นตำรวจจริง เพิ่งย้ายมาสังกัด สภ.พนมดงรัก ด้าน ผกก.ฯ เตรียมตรวจสอบปมดื่มแอลกอฮอล์ขณะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อลงโทษตามวินัย  

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิป เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ยืนโบกรถยนต์ชาวบ้านในจุดห้ามกลับรถ ตรงข้ามตลาดนัดบ้านพนมดิน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่อจับกุมรถยนต์ที่กลับรถในจุดดังกล่าว แต่ชาวบ้านได้กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งออกมาจากตัวตำรวจนายนี้ จึงถามหาบัตรตำรวจ แต่ตำรวจนายดังกล่าวบอกบัตรอยู่ที่โรงพัก จึงมีการโต้เถียงกันอยู่สักพัก ซึ่งชาวบ้านสงสัยว่าตำรวจนายนี้เมาแล้วปฏิบัติหน้าที่ และสงสัยว่าตำรวจนายนี้เป็นตำรวจจริงหรือไม่ เพราะไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ซึ่งชาวบ้านบอกว่าถ้าเป็นตำรวจในพื้นที่จะคุ้นหน้าคุ้นตากันดี แถมการแต่งกายก็ไม่เรียบร้อย อีกทั้งยังสงสัยว่าถ้ากำลังตั้งด่านตรวจจริงๆ ทำไมปฏิบัติหน้าที่คนเดียวอยู่โดดๆ อีกทั้งยังไม่มีอุปกรณ์การตั้งด่านอีกด้วย โดยเหตุการณดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 ก.ค.   66 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกโซเชียล

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 66 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.พนมดงรัก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งรับผิดชอบจุดกลับรถดังกล่าว เพื่อพบกับ พ.ต.อ.นพดล พินิจอักษร ผกก.สภ.พนมดงรัก กล่าวชี้แจงว่า ตนได้รับทราบเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้ว หลังจากทราบว่า มีตำรวจนายหนึ่งไปยืนโบกรถในช่วงเวลากลางคืน ทำให้เกิดความไม่ชอบมาพากล จึงตั้งคณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตำรวจนายนี้ว่า เป็นตำรวจ สภ.พนมดงรัก จริงหรือไม่

...

"ต่อมาทราบว่าตำรวจนายนี้ชื่อ ดาบตำรวจ ปพลพัฒน์ ชาติมนตรี เป็นตำรวจ สภ.พนมดงรัก จริง และเป็นตำรวจที่เพิ่งย้ายมาใหม่จากนครบาล ซึ่งพฤติกรรมทั้งหมดเป็นพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากลและไม่เหมาะสม ดังนั้นจะมีการตรวจสอบต่อไปว่า ตำรวจนายนี้มีการดื่มสุราในเวลาปฏิบัติหน้าที่จริงหรือไม่ ถ้ามีการดื่มแอลกอฮอล์ขณะปฏิบัติหน้าที่จริง ก็จะลงโทษตามวินัย ส่วนที่ตำรวจนายนี้ไปยืนโบกรถในเวลากลางคืนนั้น เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับองคมนตรี ที่มาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ อ.พนมดงรัก ส่วนตำรวจนายดังกล่าวขณะนี้ ยังไม่พบตัว เพราะออกเวรไปแล้ว" ผกก.สภ.พนมดงรัก กล่าว

ด้าน นายคิว อายุ 25 ปี ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เล่าว่า ตรงนั้นมันไม่ใช่ที่ยูเทิร์นก็จริง แล้วจะให้ชาวบ้านไปกลับรถตรงไหน เพราะตรงนี้เป็นจุดสิ้นสุดของเกาะกลางถนนแล้ว ส่วนใหญ่รถก็จะมายูเทิร์นตรงนี้ แล้วจะให้ชาวบ้านไปกลับรถตรงไหน ตำรวจนายดังกล่าวที่มาปฏิบัติหน้าที่ ตนรู้สึกไม่คุ้นหน้าและไม่รู้จักตำรวจนายนี้ แต่เขาก็แต่งเครื่องแบบมาเต็มยศและมีรถส่วนตัว ส่วนพฤติกรรมที่ตำรวจนายนี้ปฏิบัติหน้าที่เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ก็เหมือนกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจร และการที่ตำรวจมาสกัดจับประชาชนในช่วงกลางดึกยามวิกาล โดยไม่มีการตั้งด่านเป็นกิจจะลักษณะ ไม่มีการตั้งกรวย และไม่มีสัญญาณไฟบ่งบอก มันเป็นเหตุไม่เหมาะสมหรือไม่

ขณะที่ น.ส.เกวลิน วิจิตรขะจี อายุ 21 ปี ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า คืนนั้นตอนเกิดเหตุ ตำรวจนายดังกล่าวได้จอดรถคร่อมเลนในจุดยูเทิร์นที่เกิดเหตุ และได้เดินมาโบกรถในจุดยูเทิร์นที่กลับรถ บางคนที่ขับมาถึงกับงงว่ามีความผิดอะไร สรุปต้องจอดใช่หรือไม่ ซึ่งบางคนไม่รู้ก็จอด และตำรวจนายนี้ก็มาบอกกับชาวบ้านที่จอดให้ไปโรงพัก และชาวบ้านก็ถามตำรวจกลับไปว่า แล้วจะให้กลับรถตรงไหนถ้าไม่ให้กลับตรงนี้

"ตำรวจนายดังกล่าวไม่ได้เรียกจับทุกคัน คันไหนที่จอดก็โดน ส่วนคันอื่นที่กลับรถก็ไม่ได้เรียก ทำให้ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมถึงไม่เรียกทุกคันที่กลับรถให้จอด อีกทั้งตำรวจนายนี้ก็ไม่ยอมอธิบายว่าทำไมจุดดังกล่าวถึงห้ามกลับรถ พูดอยู่อย่างเดียวว่าห้ามกลับ ห้ามกลับ ส่วนรถคันอื่นที่รีบเขาก็จะมากลับรถจุดตรงนี้ประจำ และพูดกับตำรวจนายนี้ว่า ผมกลับตรงจุดนี้ประจำ นอกจากนี้เมื่อดูจากลักษณะของตำรวจนายนี้แล้ว คาดว่าน่าจะเมา และสาวที่ไลฟ์ในวันเกิดเหตุก็ได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตำรวจนายนี้จริงๆ" น.ส.เกวลิน กล่าว