เปิดใจญาติคนในครอบครัวคุณตาน้อย หลังได้ฉายา "ตาน้อยตายแล้วฟื้น" ลูกสาวเผยนั่งกุมมือบีบนวดพ่อมาในรถพยาบาลที่นำส่งกลับบ้าน พบว่าไม่มีชีพจร ตาค้าง ตัวเย็นหมดแล้ว ถึงบ้านจัดเตรียมพิธีศพกลับฟื้นขึ้นมาได้ บอกมีคนชุดดำจับตัวไป แต่มีการตะโกนบอกกัน "ยังไม่ถึงฆาต" แล้วคนที่จับก็พากลับมาส่ง ด้านเพื่อบ้านถามขอของดี คุณตาเลยเขียนเลขให้ 3 ตัว 

วันที่ 26 มิ.ย. 66 กรณีคุณตาน้อย สอนเดช อายุ 63 ปี ซึ่งเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลอำนาจเจริญ แล้วแพทย์แจ้งญาติว่าผู้ป่วยไม่ตอบสนองแล้ว ไม่สามารถทำการรักษาต่อไปได้ ญาติจึงลงความเห็นกันว่าจะให้กลับมาสิ้นใจที่บ้าน แต่เมื่อมาถึงบ้านคุณตากลับฟื้นมาเป็นปกติซะงั้น 

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านนาอุดม (ภูพนมดี) เลขที่ 63 หมู่ 3 ต.หนองไฮ อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ ได้พบกับคุณตาน้อย สอนเดช ผู้ซึ่งชาวบ้านตั้งฉายาให้ว่า ตาน้อยตายแล้วฟื้น ได้พูดคุยสอบถามคุณตาน้อยถึงความรู้สึกหลังฟื้นกลับมา แต่เนื่องจากคุณตาน้อยยังต้องสอดท่อช่วยหายใจลงในลำคอ ทำให้คออักเสบไม่มีเสียง คุณยายเพ็ญ สอนเดช อายุ 63 ปี ภรรยา ของตาน้อยจึงได้ช่วยแปลและเป็นล่ามให้ 

คุณตาน้อยได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า ก่อนที่จะฟื้นกลับมามีชายชุดดำ สวมหมวกดำ รูปร่างสูงใหญ่ มาพาตัวไปที่ป่าช้าท้ายหมู่บ้าน และก็ได้ไปพบกับเพื่อนซึ่งตายไปแล้วประมาณ 10 ปี ในขณะเดียวกันก็มีเสียงตะโกนบอกกันว่า ตนยังไม่ถึงฆาต จากนั้นมีคนพามาส่งทางเข้าหมู่บ้าน ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงอาการป่วย คุณตาตอบว่า ตอนนี้ไม่เหนื่อยเหมือน 2-3 วันที่ผ่านมา สามารถเดินเหินได้เองแล้ว จากที่ก่อนหน้านี้ลุกเดินเองไม่ได้ ตอนนี้สามารถกินข้าวเองได้ ส่วนอาการก่อนหน้านี้นั้นก็จำไม่ค่อยได้ จากนั้น คุณตาน้อย ได้โชว์เดินกลับไป มา ในบ้านให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งดูแล้วไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเพิ่งเป็นคนที่ผ่านอาการป่วยขั้นโคม่ามา 

นางสาวนิตยา สอนเดช อายุ 39 ปี ลูกสาวคนของคุณตาน้อย กล่าวว่า วันที่ 23 มิ.ย. 66 ตนและทางครอบครัวได้เดินทางไปเยี่ยมคุณตาน้อย ที่โรงพยาบาลอำนาจเจริญ หลังจากที่ถูกส่งตัวไปรักษาจากโรงพยาบาลเสนางคนิคมในวันที่ 22 มิ.ย. 66 ขณะนั้นคุณหมอ ได้เรียกญาติเข้าไปพบแล้วแจ้งว่าคนไข้ไม่ได้สติแล้ว จะให้ทางโรงพยาบาลช่วยปั๊มหัวใจหรือไม่ ทางครอบครัวได้ปรึกษากันว่าต้องการให้พ่อจากไปอย่างสงบ จึงบอกหมอว่าขอกลับบ้านไม่ต้องปั๊มหัวใจ จากนั้นรถของโรงพยาบาลจึงได้นำคุณตาส่งที่บ้าน โดยระหว่างทางตนเองและน้องสาวคนเล็ก ได้นั่งมาด้วยข้างๆ กุมมือพ่อและนวดให้ตามแขน ตามขา ซึ่งในระหว่างที่นำกลับมาตลอดทางคุณพ่อไม่มีชีพจรแล้ว ตัวก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ เรียกยังไงก็ไม่มีการตอบรับ กระทั่งมาถึงบ้าน รอทำพิธีศพคุณพ่อก็ได้ฟื้นขึ้นมา ตามที่มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ตนและญาติพี่น้องที่มารอจัดงานศพต่างก็ตกใจและก็ดีใจด้วย ที่คุณพ่อฟื้นกลับมา

นางสาวนิตยา กล่าวอีกว่า หลังจากฟื้นมา คุณพ่อก็กระซิบบอกตนว่า มีชายชุดดำ สวมหมวกดำ จะมารับไปอีกภายใน 3 วันนี้ ทางครอบครัวจึงผลัดเวรกันเฝ้าตลอด 3 คืนที่ผ่านมา ส่วนคุณตาน้อยเองก็ไม่นอนเช่นกัน จนผ่านมาแล้ว 3 คืน คุณพ่อจึงได้มาบอกอีกแต่ทุกคนก็ยังคงไม่ได้นิ่งนอนใจ วันนี้จึงได้นิมนต์พระฉันภัตตาหารที่บ้านและเชิญหมอพราหมณ์มาทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ เพื่อรับขวัญตาน้อย

ด้าน นางนิภา การจิต อายุ 48 ปี เพื่อนบ้านที่มาช่วยงาน ได้ถามคุณตาน้อยในตอนที่คุณตาน้อยฟื้นกลับมาว่า คุณตา ตายแล้วฟื้น ช่วยบอกหวยหน่อยได้ไหม คุณตาน้อยจึงกวักมือขอกระดาษและปากกา และได้เขียนใส่กระดาษให้ คือเลข 737 จึงเอาให้เพื่อนๆ ดูและตั้งใจว่าจะลองเสี่ยงดวงดูในงวดนี้