เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวที่บุรีรัมย์คาใจ วัวแม่พันธุ์ชักล้มตายเรียงกันทีละตัวต่อหน้ารวม 6 ตัว เหลือแต่ลูกวัว 3 ตัว ชาวบ้านรู้ต่างระบุว่าโดนวางยา ขณะเจ้าของยังงง วางยาแบบไหนตายเฉพาะแม่วัวทั้งหมด เพราะดูแลวัวตลอด กำลังรอผลตรวจพิสูจน์เลือดกับน้ำลาย
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 66 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ต.ชุมแสง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ว่ามีวัวตายผิดปกติในคราวเดียวถึง 6 ตัว อยากให้เป็นสื่อกลางสอบถามคนทั่วไปถึงการตายของวัวที่ผิดปกติ
จากการตรวจสอบพบนายมิตร นิโรรัมย์ อายุ 56 ปี ชาวบ้าน ม.1 บ้านชุมแสง ต.ชุมแสง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เป็นนักการภารโรง โรงเรียนชุมแสงพิทยาคม เจ้าของวัว เล่าว่า ตนเลี้ยงวัวเป็นอาชีพเสริมจำนวน 12 ตัว ส่วนใหญ่เลี้ยงแบบปิด อาหารจะไปเกี่ยวหญ้าใกล้บ้าน, ปลูกข้าวโพดเอง และส่วนหนึ่งเก็บฟางข้าวเอาไว้เลี้ยงตอนหน้าแล้ง
...
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2566 ที่ผ่านมา ตนเอาอาหารให้วัวในคอกเสร็จ มายืนมองดูวัวตัวเอง พบว่าแม่วัวมีอาการผิดปกติ คือ ขาเกร็ง แล้วล้มลงชักกระตุกน้ำลายฟูมปาก พยายามวิ่งเข้าไปช่วยแต่ไม่เป็นผล หลังจากนั้นวัวในคอกซึ่งเป็นแม่วัวทั้งหมดล้มลงทีละตัว ภายใน 1 ชม.แม่วัวชักตายต่อหน้ารวม 6 ตัว ส่วนลูกวัวอีก 6 ตัวอาการปกติไม่มีอาการใดๆ
นายมิตร กล่าวอีกว่า ชาวบ้านที่มาดูบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าโดน ”วางยา” แต่ก็แปลก จะเอายาอะไรมาวางแล้ววางช่วงไหนเพราะดูแลวัวตลอด และทำไมต้องวางยาเฉพาะแม่วัว ถ้าเอามาวางในคอกลูกวัวน่าจะตายไปด้วยกัน หากเป็นยาฆ่าแมลงที่หลงเหลืออยู่ตามใบหญ้าที่ตนเกี่ยวมาให้กิน ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะยังไม่เป็นช่วงที่เกษตรกรใช้สารเคมี หรือหากเป็นเพราะสารเคมีที่ติดมากับหญ้า ทำไมลูกวัวไม่ตาย
เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ปศุสัตว์ได้เก็บตัวอย่างเลือดและน้ำลายไปตรวจสอบ แล้วคาดว่าประมาณ 2 สัปดาห์จะรู้ผลถึงสาเหตุการตายของวัวในครั้งนี้ ยอมรับวัว 6 ตัวที่ตายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของครอบครัว เพราะมูลค่าไม่น้อยกว่า 200,000 บาท.