ทุกอย่างมีราคาต้องจ่าย แม่ นศ.เภสัชฯ ม.ขอนแก่น เข่าทรุด หลังได้รับหมายศาลจากบริษัทอาหารเสริมฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน ร่ำไห้ไม่มีปัญญาหาทนายสู้คดี บอกที่ทำไปเรียกร้องสิทธิ์ให้ลูกที่ตรวจเจอเมทแอมเฟตามีน เกรงไม่ได้เรียน วอนผู้รู้กฎหมายช่วย
กรณีนางสาวนันท์นภัส ไชยทะเศรษฐ อายุ 45 ปี ชาวบ้าน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ผู้ที่เคยร้องผ่านสื่ออยากให้เป็นตัวกลางไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผิวขาว ยี่ห้อดัง หลังจากบุตรสาว อายุ 19 ปี ทานเข้าไป 1 เม็ดก่อนจะเดินทางไปตรวจร่างกาย เพื่อเอาผลไปแนบประกอบในการมอบตัวเรียนคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่ปรากฏว่าแพทย์พบสาร "เมทแอมเฟตามีน" ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันในยาบ้าอยู่ในปัสสาวะ ทำให้แพทย์ไม่กล้าออกใบรับรองแพทย์ให้ได้
ต่อมาโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ ได้มีการตรวจซ้ำ ปรากฏว่าไม่พบสารใดๆ ในร่างกาย และเมื่อเจ้าหน้าที่เอาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปตรวจไม่พบสารใดๆ เช่นเดียวกัน ยังไม่มีใครมายืนยันได้ว่าผลตรวจที่พบในตัวน้องเกิดความผิดพลาดจากจุดใด เพราะได้มีการตรวจร่างกายและตรวจเลือดอย่างละเอียดแล้ว
ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 66 ได้มี จนท.เอาหมายศาลของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุบริษัทอาหารเสริม ฟ้องนางสาวอามานา มุภาษา (นศ.เภสัชฯ) เป็นจำเลยที่ 1 และนางสาวันท์นภัส ไชยทะเศรษฐ (แม่เด็ก) เป็นจำเลยที่ 2 กล่าวหา "ละเมิดเรียกค่าสินไหมทดแทน" เรียกค่าเสียหายรวม 50 ล้านบาท ศาลนัดสืบพยานในวันที่ 31 ก.ค.นี้
นางสาวนันท์นภัส กล่าวว่า รู้สึกตกใจมากที่ได้รับหมายศาล โดยเฉพาะการเรียกค่าเสียหายถึง 50 ล้านบาท ครอบครัวคงไม่มีปัญญาหามาให้ได้ จริงแล้วครอบครัวต้องการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพิสูจน์ความจริง ที่ลูกสาวตรวจปัสสาวะแล้วพบสาร "เมทแอมเฟตามีน" เท่านั้น เพราะลูกสาวเป็นเด็กเรียนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดใดๆ อยู่กับครอบครัวตลอดเวลา แม้ไปทำงานพิเศษ ยังต้องไปทำงานที่ร้านอาหารเดียวกันที่แม่ทำงานอยู่ ส่วนอาหารเสริมผิวขาว ตนกับลูกสาวไม่เคยเอ่ยชื่อหรือบริษัทที่จำหน่ายแต่อย่างใด ที่ต้องบอกไปเพราะหมอจากโรงพยาบาลเป็นคนซักว่าได้ "กินอะไรเข้าไป" นำมาสู่การเอาตัวอย่างไปให้หมอดู เพราะลูกสาวกินยาเพียงตัวเดียวเท่านั้น
แม่ของนักศึกษาสาววัย 19 ปี กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ครอบครัวรู้สึกเป็นทุกข์ เพราะไม่มีปัญญาจะไปต่อสู้กับบริษัทได้ไม่มีแม้เงินจะจ้างทนายความ ทั้งยังต้องหาเงินส่งลูกสาวเรียนอีกด้วย ตอนนี้เป็นห่วงแต่ความรู้สึกของลูกสาวที่กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เกรงว่าจะกระทบต่อการเรียนเนื่องจากกลายเป็นจำเลยที่ 1 ไปแล้ว.