ฝนที่ตกลงมาในพื้นที่บึงกาฬ ส่งผลให้นาข้าวที่บ้านพันลำ ลดความแห้งแล้วดินแตกแห้ง ต้นข้าวเขียวขจี แทงยอดเติบโตดี ขณะที่ ชาวประมงพื้นบ้านริมโขงได้โอกาสจับปลาที่มาติดมองได้ถึงกว่า 300 กก.นำไปขายสร้างรายได้ 8,000-15,000 บาท
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดบึงกาฬ ได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทำให้ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ส่งผลดีต่อเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปี ทำให้ท้องทุ่งนามีน้ำขัง เมื่อฝนตกต้นข้าวมีน้ำหล่อเลี้ยงก็มีลำต้นสมบูรณ์ใบเขียว เจริญเติบโตได้ดี หลังฝนทิ้งช่วงไปนาน ช่วยลดความแห้งแล้งลงมาได้
โดยเฉพาะนาข้าวในพื้นที่บ้านพันลำ ม.2 ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ นอกจากน้ำฝนจะช่วยให้ต้นข้าวเขียวขจี แทงยอดเติบโตแล้ว ยังมีนกปากห่างคอยกำจัดศัตรูข้าวให้กับนาข้าวด้วย โดยเฉพาะศัตรูพืชที่เป็นภัยร้ายแรงต่อข้าว เช่น หอยเชอรี่ ช่วยเหลือชาวนาได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องฝืนใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ที่เป็นอันตราย และก็จะทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ขณะเดียวกัน ชาวประมงพื้นบ้าน ในหมู่บ้านห้วยเซือมเหนือ ต.ไคสี อ.เมือง จ.บึงกาฬ ช่วยกันยกปลาปากกว่า 300 กิโลกรัม ที่ติดมอง (ตาข่าย) ขึ้นมาจากแม่น้ำโขง หลังช่วงเย็นชาวบ้านออกเรือไปไหลมอง ในกลางแม่น้ำโขง ฝูงปลาปากจำนวนมากติดมอง (ตาข่าย) จนไม่สามารถนำขึ้นมาจากเรือได้คนเดียว ต้องเรียกชาวบ้านกว่า 7 คน มาช่วยยกขึ้นมาบนฝั่ง และนำไปปลดปลาออกจากมอง (ตาข่าย) ใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง กว่าจะเสร็จ และจำหน่ายให้ชาวบ้านในราคากิโลกรัมละ 50-80 บาท นำไปประกอบอาหาร หรือทำปลาร้า
โดยในช่วงนี้เป็นโอกาสทองของชาวประมงพื้นที่อาศัยอยู่ติดริมแม่น้ำโขง เมื่อน้ำขึ้น ก็พากันไหลมองหาปลามาขายสามารถสร้างรายได้วันละหลายพันบาท เช่น ชาวประมงพื้นบ้านห้วยเซือมเหนือแห่งนี้ บางรายหาปลาขายสร้างรายได้ วันละ 8,000-15,000 บาท ทีเดียว.