เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวกัญชาที่โคราช ไม่หวั่น MOU ดันกัญชากลับเป็นพืชเสพติด ไม่กระทบกิจการร้าน แนะรัฐบาลใหม่ควรตีวงช่อดอกเป็นพืชเสพติด และใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น ไม่ควรเหมารวมราก ใบ ลำต้น

วันที่ 25 พฤษภาคม 2566 นายกันต์พงษ์ สุรเนตรธีร์ หรือเฮียแป๊ะ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว “มาลองกัญ” ซึ่งเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวกัญชาชื่อดังแห่งเมืองโคราช ที่มีอยู่ทั้งหมด 3 สาขา ในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึง กรณีการทำ MOU ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลที่มี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยตัวแทนจากอีก 7 พรรคการเมืองร่วมการลงนาม เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในภารกิจที่ระบุไว้ใน MOU ดังกล่าว คือ จะนำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดให้โทษ ผ่านการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยมีกฎหมายควบคุมและรองรับการใช้ประโยชน์จากกัญชา

"ทางร้านได้นำส่วนประกอบของพืชกัญชามาใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหารตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด แต่ก็เปิดช่องให้สามารถนำราก ใบ ลำต้น มาใช้ประโยชน์ได้ ยกเว้นช่อดอก เพราะการนำช่อดอกมาใช้จะควบคุมได้ยาก เนื่องจากช่อดอกจะมีสาร THC ที่ก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ แต่จะเหมาะสำหรับนำมาใช้ทางการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยอาการโคม่า เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เป็นต้น เพื่อให้อาการเจ็บปวดสงบลง ดังนั้นการใช้ช่อดอกจึงต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษสำหรับผู้ป่วยที่จะต้องมีใบรับรองจากแพทย์เท่านั้น จนกระทั่งมีการประกาศปลดล็อกกัญชาในเวลาต่อมา ก็ไม่ได้เปิดช่องให้นำมาใช้เพื่อการสันทนาการ เพราะไม่ใช่การรักษาโรค แต่กลับพบคนบางกลุ่มอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย นำช่อดอกมาจำหน่ายหาผลประโยชน์และใช้เพื่อสันทนาการ"

ส่วนการที่รัฐบาลใหม่จะปลดล็อก หรือจะผลักดันกลับไปเป็นพืชเสพติดเหมือนเดิม ทางร้านของตนก็ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะไม่ได้มีการนำช่อดอกมาใช้อยู่แล้ว อีกทั้งวัตถุดิบกัญชาที่ร้านซื้อมาก็ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตถูกต้อง และเป็นกัญชาจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นเครือข่ายของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่ปลูกกัญชาเป็นโรงเรือนขนาดใหญ่ มีที่มาที่ไปที่ถูกต้อง จึงซื้อวัตถุดิบมาปรุงในก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นจนมีลูกค้าติดอกติดใจอุดหนุนกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากประชาชนทั่วไปจะนำกัญชามาใช้เป็นพืชสมุนไพร ก็สามารถนำราก ใบ ลำต้น มาใช้ได้แต่จะต้องเป็นกัญชาที่มีที่มาที่ไปถูกต้องตามกฎหมายด้วย เพราะกัญชาเป็นพืชที่ไวต่อโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็ง ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบดิน น้ำที่นำมาใช้ปลูกด้วย และยังมีขั้นตอนอีกหลายอย่างที่ยุ่งยาก ซึ่งถ้าชาวบ้านนำมาปลูกกันเองโดยไม่มีการตรวจสอบหรือควบคุมอย่างถูกต้อง แทนที่จะได้ประโยชน์ ก็จะกลายเป็นโทษ

ทั้งนี้ หากผลักดันกัญชาให้กลับไปเป็นพืชเสพติดอีก ข้อดีที่เห็นชัดๆ ก็คือ การนำกัญชามาใช้เพื่อสันทนาการจะหายไป แต่ตนอยากจะให้ผลักดันช่อดอกกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดน่าจะดีกว่า เพราะช่อดอกจะมีสาร THC ที่ทำให้เกิดอาการมึนเมา อาการไม่พึงประสงค์ มีอันตราย และจะเกิดผลข้างเคียงในการใช้ด้วย โดยจะต้องขออนุญาตเป็นการเฉพาะเพื่อควบคุมการนำมาใช้ ดังนั้นจึงอยากให้โฟกัสกำหนดเฉพาะช่อดอก ไม่ควรรวมการใช้ประโยชน์จากราก ใบ ลำต้น รวมถึงเรื่องการนำช่อดอกมาใช้เพื่อการแพทย์ก็ต้องระบุข้อบังคับให้ให้ชัดเจน ซึ่งหากวันใดรัฐบาลใหม่จะเริ่มขับเคลื่อนผลักดันกัญชากลับไปเป็นพืชเสพติด ก็อยากให้พิจารณาในมุมที่ตนกล่าวถึงนี้ด้วย ส่วนการจะลงมาตรวจสอบควบคุมให้เข้มข้นมากขึ้นก็ไม่รู้สึกกังวลอะไร พร้อมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะทางร้านนำมากัญชามาใช้อย่างถูกต้องภายใต้กรอบของกฎหมายอยู่แล้ว.