ชาวบ้านโวยกำนันตัดต้นไม้ ต้นยางขาย ทั้งในวัดและเขตสาธารณะ ขนาด 3 คนโอบต้นเก่าแก่ประจำหมู่บ้านอายุร้อยกว่าปี เป็นไม้ที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งต้องการอนุรักษ์ให้ลูกหลานดู ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนอยากให้ตัดกลัวกิ่งหักใส่บ้าน ด้านกำนันบอก ทำประชาคมแล้ว 3 ครั้ง และขออนุญาตอำเภอแล้ว ฝ่ายนายอำเภอยืนยันยังไม่เห็นหนังสือขออนุญาต

วันที่ 24 พ.ค. 66 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านอาพืด ม.4 ต.คำผง อ.โนนนารายณ์ จ.สุรินทร์ ว่าเมื่อหลายวันก่อน ได้มีการตัดต้นไม้ยางขนาดคนโอบภายในวัดบ้านอาพืดจำนวนสิบกว่าต้น และต้นขนาด 3 คนโอบภายในพื้นที่สาธารณะบริเวณศาลปู่ตาท้ายหมู่บ้าน จำนวน 1 ต้น นายสายทอง หนองหงอก กำนันตำบลคำผง ได้เชิญชาวบ้านจำนวนหนึ่งมาร่วมประชาคมเพื่อตัดต้นไม้ โดยชาวบ้านมองว่าการประชาคมอาจผิดขั้นตอนกฎหมาย เพราะมีบางคนที่ไม่ได้ไปร่วมกับมีรายชื่ออยู่ในนั้น ประกอบกับชาวบ้านส่วนหนึ่งต้องการที่จะอนุรักษ์ต้นยางไว้เพื่อให้อยู่คู่ลูกหลาน ถ้าหากกลัวต้นไม้ล้มทับบ้านเรือน ทำไมไม่ใช้วิธีการตัดทอนกิ่งเอา จะได้มีร่มเงาให้อาศัยบังแดดหลบฝนได้บ้างและต้นไม้ก็ยังคงอยู่สืบไป โดยเฉพาะต้นยางนาอายุร้อยกว่าปีที่อยู่ภายในศาลปู่ตาและเป็นพื้นที่สาธารณะทำไมถึงตัดได้แบบง่ายๆ ได้มีการขออนุญาตถูกต้องก่อนตัดหรือไม่ รวมทั้งการขายก็ไม่ได้ระบุจำนวนต้นไม้ว่าจะตัดกี่ต้น ขายได้เงินกี่บาท นำเงินไปใช้ทำอะไร เพราะราคาต้นไม้ที่ถูกตัดออกไปมองแล้วมูลค่าน่าจะหลักหลายแสนบาท จึงอยากให้ผู้สื่อข่าวช่วยสอบถามเพื่อความกระจ่างให้กับชาวบ้านด้วย เนื่องจากชาวบ้านไม่อยากมีปัญหากันภายในชุมชน


ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ที่วัดบ้านอาพืด พบว่าบริเวณด้านหลังโบสถ์มีต้นไม้ถูกตัดออกไปสิบกว่าต้น เหลือแต่ตอไม้กับท่อนไม้กิ่งไม้บางส่วนที่ยังไม่ได้ถูกขนออกไปวางกองอยู่เป็นจุดๆ จากนั้นได้ไปตรวจสอบที่ศาลปู่ตาท้ายหมู่บ้าน พบต้นยางขนาดประมาณ 3 คนโอบ ความสูงประมาณ 30-40 เมตร ถูกตัดโค่นล้ม ส่วนลำต้นจากโคนต้นไปถึงกลางลำต้นถูกขนย้ายออกไปแล้ว เหลือช่วงกลางลำต้นกับปลายไม้ที่ถูกตัดเป็นท่อนรอการขนย้าย

จากการสอบถามนายธนกร วิยาสิงห์ อายุ 52 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านอาพืด ที่มีบ้านอยู่ใกล้ศาลปู่ตาที่ต้นยางใหญ่ขนาด 3 คนโอบถูกตัด บอกว่า ต้นนี้สูงประมาณ 30-40 เมตร เวลาลมมาแรงๆ กิ่งของมันเคยตกลงมาใส่หลังคาบ้านทะลุมาครั้งหนึ่งอยู่ มาแต่กิ่งต้นมันไม่อะไรหรอก ที่กลัวก็กลัวตรงนี้คือกิ่งไม้ ส่วนตัดไปแล้วนำไปขายอะไรแบบไหนตนไม่รู้ เพราะตอนประชาคมตนก็ไม่ได้ไปร่วมด้วย แต่เคยเสนอให้เขาตัดอยู่เพราะกิ่งมันหักจะมาโดนบ้านตน

ขณะที่ชาวบ้านที่อยู่ข้างเคียงวัด บอกว่า ไม่รู้ว่าตัดกันวันไหน เพราะตนไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ก่อนตัดก็ได้มีการประชุมกันอยู่ ส่วนสาเหตุที่ตัดเห็นว่าชาวบ้านที่อยู่ข้างวัดว่า เขากลัวต้นไม้ล้มใส่บ้านและโบสถ์ ส่วนไม้เขาเอาไปไหนตรงนี้ไม่รู้ แต่เงินที่ขายได้ก็จะเอามาเข้ากองกลางไว้ เพื่อสร้างโบสถ์ที่ยังทำไม่เสร็จ ตอนประชุมก็ตกลงกันให้ขายมันจะง่ายกว่าเพราะตัดเองไม่ได้ ส่วนต้นศาลปู่ตาทางผู้ใหญ่เก่าเขาก็อยากให้ตัดเหมือนกันเขากลัวล้มใส่บ้านเขา โดยศาลาปู่ตาเป็นที่ของหมู่บ้านเหมือนกันเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือกันทั้งหมู่บ้าน

ด้านพระอธิการชัย  ชยธัมโม เจ้าอาวาสวัดบ้านอาพืด กล่าวว่า ตนก็ไม่รู้ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ได้ร่วมประชาคมกับเขาเลย มารู้ตอนที่กำนันมาบอกว่าจะตัดต้นไม้ เพราะมีชาวบ้านระแวงว่าจะหักโค่นมาใส่บ้านที่อยู่ใกล้ ก็ให้เขาดำเนินการไป โดยเขานำไปขายแล้วจะเอาเงินมาสร้างอุโบสถ ที่กำลังก่อสร้างอยู่ และจนถึงขณะนี้ก็ไม่ทราบว่าได้เงินเท่าไร เข้าวัดเท่าไร เป็นเรื่องของคณะกรรมการวัดเขาจัดการไป ไม่รู้กับเขาหรอก ไม่ได้ยุ่งเกี่ยว ตนเป็นพระอาศัยบิณฑบาตขอข้าวชาวบ้านฉัน ไม่ยุ่งเรื่องนี้หรอก ก็แล้วแต่คณะกรรมการวัดและชาวบ้านจะดำเนินการไป

นายสุบิน พวงเงิน มัคนายก และนายปัญญา นางาม กรรมการการเงินของวัดบ้านอาพืด กล่าวว่า ก่อนตัดก็ได้มีการประชาคมกันอยู่พวกตนก็ได้เข้าไปร่วมประชุมกับเขาด้วย ซึ่งทางกำนันบอกว่าจะมาแจ้งกับทางหลวงพ่อเอง แต่มาแจ้งตอนหลังประชาคมแล้ว ส่วนเงินที่ได้ก็นำมาเข้าบัญชีของวัดเพื่อจะนำมาทำโบสถ์ ตอนขายตกลงขายแบบเหมาเป็นเงินจำนวน 114,000 บาท แต่ไม่ได้กำหนดจำนวนต้นว่ากี่ต้น เพราะคนที่ตกลงซื้อขายเป็นอีกชุดหนึ่ง ราคา 114,000 บาทนี้รวมทั้งของวัดแล้วต้นที่อยู่ศาลปู่ตาด้วย ส่วนการขออนุญาตตัดต้องถามกับทางกำนัน

ผู้สื่อข่าวจึงได้โทรศัพท์สอบถามไปยังนายสายทอง หนองหงอก กำนันตำบลคำผง ได้รับคำตอบว่า มีการทำประชาคมกับชาวบ้านก่อนตัดแล้ว โดยได้ทำมาถึง 3 ครั้ง เพราะชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัดกลัวต้นไม้จะล้มทับบ้าน ส่วนเงินก็จะนำเข้าบัญชีวัด เพื่อสมทบทุนสร้างโบสถ์ และต้นไม้ภายในวัดที่เห็นถูกตัดไปเยอะเนื่องจาก ตัดแล้วเกิดการล้มทับกันจึงต้องตัดออกไปด้วย ส่วนต้นยางที่ศาลปู่ตาและของวัด ได้มีการส่งเรื่องขออนุญาตไปทางอำเภอแล้วเมื่อ 2 เดือนก่อน

...

อย่างไรก็ตาม นายชาญชัย พชระวรางกูร นายอำเภอโนนนารายณ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการตัดต้นไม้ภายในวัดอาพืด มีการทำประชาคมของผู้นำชุมชน กรรมการวัด ก็สามารถทำได้ เนื่องจากเขตวัดเป็นพื้นที่ที่มีโฉนด หรือเป็นนิติบุคคล แต่การทำจะถูกต้องหรือไม่ ต้องตรวจสอบ และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบมีการส่งเรื่องหรือการแจ้งเรื่องตัดต้นไม้และการทำประชาคมมายังอำเภอเพื่อให้รับทราบเลย รวมไปถึงการตัดต้นยางนาที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะ โดยขั้นตอนจะต้องส่งเรื่องการทำประชาคมและขอตัดต้นไม้มายังอำเภอ เพื่อเสนอแจ้งไปยังหน่วยงานป่าไม้ที่รับผิดชอบ ว่าดำเนินการได้หรือไม่ อย่างไร ก่อนที่จะทำการตัดต้องได้รับอนุญาต เรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น พอทางอำเภอทราบเรื่องก็ได้ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจและเจ้าหน้าที่ป้องกันและรักษาป่าที่ 5 อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ช่วงบ่ายนี้แล้ว หากพบว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายก็จะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป