"อนุชา" ลงพื้นที่มหาสารคามช่วย "กุสุมาลวตี ศิริโกมุท" ลุยหาเสียง ย้ำจะสร้างความรวยให้พี่น้อง อ.โกสุมพิสัย ตามนโยบายโคล้านครอบครัว เพื่อเปลี่ยนชีวิตให้คนอีสานมีเงินล้านเพียงแค่เกี่ยวหญ้าเป็น และเริ่มจากกองทุนหมู่บ้าน ให้ยืมเงิน 50,000 บาท ซื้อวัวมาเลี้ยง ด้าน "อดีต ส.ส.แมว" เผยต้องการกลับมาดูแลประชาชนในพื้นที่ เอางบประมาณมาช่วยพี่น้อง
ชาวบ้านจาก 2 ตำบลเขื่อนและตำบลยางท่าแจ้ง อ.โกสุมพิสัย กว่า 500 คน ได้เดินทางมาที่ลานตลาดบ้านเขื่อน อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โดย ดร.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม 3 สมัย ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ เขต 5 มหาสารคาม เบอร์ 4 ได้เชิญพราหมณ์มาทำพิธีสู่ขวัญให้กับ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โดยมี พานบายศรีมาตั้งเย็บด้วยใบตองเป็นชั้นๆ พราหมณ์จะเป็นผู้สวดเชิญขวัญ สวดอวยพร จากนั้นก็ผูกข้อมือเป็นอันว่าเสร็จพิธี เพื่อให้มีความปลอดภัย และเพื่อความเป็นสิริมงคล
จากนั้น นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ปราศรัยว่า ได้ลงพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย นี้ เพราะว่าสนิทกับ ดร.กุสุมาลวตี หรือแมว เพราะเป็น ส.ส.รุ่นเดียวกันปี 2544 และตนก็หยุด เพราะโดนเว้นวรรคการเมืองไป 10 ปี กลับมาเที่ยวนี้ก็กลับมาเป็นรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มาดูแลกองทุนหมู่บ้าน ก็อยากจะให้คนอีสานได้เห็นเงินล้านกับเขาสักที ตามสโลแกนของพรรคที่ว่า ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ 1 ในสิ่งที่ทำอยู่ขณะนี้คือ นโยบายโคล้านครอบครัว เพราะสามารถเปลี่ยนชีวิตลูกหลานคนไทยจากแรงงานไปสู่ผู้ที่มีความร่ำรวยได้ เพียงแค่เกี่ยวหญ้าเป็น เริ่มจากที่กองทุนหมู่บ้านให้ยืมเงิน 50,000 บาท ไปซื้อวัวมาเลี้ยง กินแต่หญ้า 10 เดือน โตขึ้น 300 กก.ต่อปี
...
พอมาปี 2 มีลูกอีกเป็น 4 ตัว มาปีที่ 3 ก็จะมีวัว 10 ตัว รวมตัวแม่อีก 2 ตัว ถ้าเราขายในปีที่ 3 เราก็จะได้ 3 แสนบาท พอปีที่ 6 มีวัว 42 ตัว เราก็มีเงินล้านแล้ว คือ 1,050,000 บาท เกี่ยวหญ้าเป็นอย่างเดียวก็รวยแล้วครับ 10 ปี จะมีวัว 288 ตัว ขายได้ 10 ล้าน เป็นนโยบายที่คิดแบบคณิตศาสตร์ ที่ไม่สามารถผิดไปจากนี้ และหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติเงินมาให้ 5 พันล้านบาท 1 แสนครอบครัวนำร่องครอบครัวละ 50,000 บาท มีกระแสตอบรับที่ดีจากประชาชน เนื่องจากใช้เงินน้อยมาก แต่สามารถผลิตเงินได้อีกจำนวนมาก เรื่องโคถือเป็นบ่อน้ำมันในประเทศ ต้องดึงศักยภาพมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่ผ่านมาเราเจริญ แต่รายได้คนไม่เคยตามทัน แต่ถ้าเราเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ต้องซื้ออาหาร แต่วัวเราเกี่ยวแต่หญ้าให้กิน ใครว่าประเทศเรามีรายได้จากนักท่องเที่ยว มันไม่จริงหรอกครับ นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวที่หมู่บ้านเราสักกี่คนต่อปี นี่มันไม่ใช่ความฝัน เป็นเรื่องจริง จะเราเป็นประเทศปศุสัตว์ และเป็นครัวของโลก แผ่นดินบ้านเราเป็นประเทศที่เพาะปลูกได้ทั้งปี ได้เปรียบประเทศอื่น เพราะพาเข้าหน้าหนาวก็ไม่สามารถเพาะปลูกอะไรได้ ผมมาบอกข่าวดี ถ้าคิดจะรวย เราได้ทดสอบมาแล้ว 300 ครอบครัวรวยมาแล้ว อย่างชัยนาท ตำบลสะพานหิน เป็นตำบลที่แห้งแล้งที่สุด ปัจจุบันเลี้ยงวัว 70% และเป็นผู้หญิงอายุ 60-70 ปีทั้งนั้น กลายเป็นตำบลที่รวยที่สุด คนเลี้ยงวัวรวยหมด เพราะขี้วัวก็ไม่เหม็น เอามาเป็นปุ๋ยได้อีก ชาวบ้านไม่ต้องมีที่ดิน แค่มีคอกหลังบ้านก็รวยได้ ให้ลูกหลานเรารวย
ด้าน ดร.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม 3 สมัย กล่าวว่า ตนเคยได้คะแนนอันดับ 1 ของ อ.โกสุมพิสัย มาโดยตลอด เขต 5 มหาสารคาม ประกอบไปด้วย อ.โกสุมพิสัยทั้งหมด 17 ตำบล อ.กุดรัง ทั้งหมด 5 ตำบล และ อ.กันทรวิชัย 1 ตำบล คือตำบลเขวาใหญ่ ในการเลือกตั้งปี 2562 ที่ผ่านมา ไม่ได้ลงสมัครในนามเพื่อไทย เพราะผู้ใหญ่ไม่ให้ลงทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตนต้องการกลับมาดูแลประชาชนในพื้นที่ เพราะอะไร ก็ ส.ส.ปัจจุบันไม่เคยลงพื้นที่ ไม่สนใจงานสภา ส่วนใหญ่ได้เพราะบารมีพ่อ ไม่เป็นที่ประทับใจ และสาเหตุที่ได้ เพราะกระแสพรรคถ้าเลือก ส.ส.แมวไปอยู่พรรครัฐบาล เอางบประมาณมาช่วยพี่น้องดีกว่า งบประมาณที่รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สนับสนุนการก่อสร้างตลิ่งกันแม่น้ำชีพัง และถนนสี่เลนสะพานข้ามแม่น้ำชี เพื่อความสะดวกสบายให้กับชาวโกสุมพิสัย เป็นที่ประทับใจของประชาชนชาวโกสุมพิสัยมาก
ผลงานการดูแลประชาชนของ ส.ส.แมว เมื่อเกิดอุทกภัยทั้ง 2 ปี ที่ตำบลยางท่าแจ้งและตำบลเขื่อนที่ผ่านมา ตนได้ให้ถุงยังชีพจำนวนถึง 30,000 ถุงกับประชาชน โดย ส.ส.ในพื้นที่ไม่ได้ดูแลประชาชนเลย รวมถึงเมื่อเกิดเหตุการณ์โควิด ได้จัดตั้งศูนย์พักคอย โดยใช้หอประชุมส่วนตัวให้บริการประชาชนร่วมกับ อบต.แพงและ อ.โกสุมพิสัย ในการลงพื้นที่สม่ำเสมอ.
...