สำนักงานเกษตร จ.นครพนม ดันแปลงใหญ่ลิ้นจี่พันธุ์ นพ.1 พืชปลอดภัย GAP วางขายตลาดโมเดิร์นเทรด สร้างรายได้มั่นคงแก่เกษตรกร

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 66 นางสาวรัศมี อุทาวงศ์ ประธานแปลงลิ้นจี่ นพ.1 อ.เมือง จ.นครพนม กล่าวว่า แต่ก่อนลิ้นจี่พันธุ์ นพ.1 คือคุณพ่อเป็นต้นตำรับ เป็นคนปลูก มีการบำรุงรักษาแบบชาวบ้านๆ ซึ่งบำรุงด้วยปุ๋ยขี้วัว การดูแลยังไม่มีข้อมูลมากขนาดนี้ พอมีผลผลิตออกมาตลาดก็ไม่รับซื้อ เพราะผลเล็ก ไม่ได้ขนาดที่ต้องการ ทำให้ไม่มีตลาดรองรับ ต้องไปขายตามริมทาง พอรุ่นดิฉันมาต่อยอด เรามีการพัฒนาแปลงลิ้นจี่ นพ.1 ดูแลด้วยการใส่ปุ๋ยบำรุงรักษา ตัดแต่งกิ่งให้ดูโปร่ง โล่ง ไม่รก เปิดให้แสงเข้าในลำต้นได้ดี จึงทำให้ผลผลิตได้ขนาดตามมาตรฐานของกลุ่มลูกค้า ได้ราคาที่สูงกว่าเดิม แต่ก่อนราคาอยู่ที่ 3 โล 100 บาท ปัจจุบันราคาเกรด A อยู่ที่ 100 บาท เกรด B อยู่ที่ 70 บาท เกรด C อยู่ที่ 50 บาท ซึ่งผลผลิตของเรามีขนาดลูกโตกว่าที่คุณพ่อทำ ทำให้ตลาดเข้ามาซื้อผลผลิตของเราเยอะกว่าที่ไม่ได้มีการพัฒนา ซึ่งพาณิชย์จังหวัดได้เข้ามาจดทะเบียน GI ให้กับทางแปลง ส่วนกรมส่งเสริมการเกษตรได้เข้ามาพัฒนาการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ แล้วยังมีกรมพัฒนาที่ดินได้เข้ามาพัฒนาการบำรุงดิน ทำปุ๋ย ใส่โดโลไมท์ แล้วก็ทำปุ๋ยหมักให้ และได้รับการตรวจรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมวิชาการการเกษตร จึงได้เป็นพืชในแปลงใหญ่ลิ้นจี่ นพ.1 และเป็นมาตรฐานของทางแปลงใหญ่ลิ้นจี่ด้วย เรามีตลาดที่กว้างขึ้น ทั้งทางการขายส่งทางออนไลน์เยอะขึ้น แล้วมีพ่อค้าแม่ขายติดต่อมามาก ทาง Top Supermarket แม็คโคร เข้ามารับ รวมถึงประเทศจีนมารับผลผลิตเราถึงแปลงอีกด้วย

...

นางสาวกัญณฐา อภินนท์ธนา เกษตรจังหวัดนครพนม กล่าวว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองนครพนม ได้ร่วมกันเข้าไปส่งเสริมให้แปลงใหญ่ลิ้นจี่ นพ.1 มีการผลิตที่ถูกต้องตามหลักวิชาการถึงกระบวนการที่เป็นพืชปลอดภัย GAP จึงได้รับรองมาตรฐานเพื่อนำเข้าสู่ตลาด Modern Trade ได้ จนปัจจุบันนี้ได้มีการทำ MOU กับ Top Supermarket และ Makro ทำให้เกษตรกรได้มีรายได้ที่มั่นคง เข้มแข็ง คุณภาพชีวิตที่ดี และรายได้ที่ดีขึ้น

สำหรับระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นการดำเนินงานซึ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่ โดยวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน เพื่อประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยเน้นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตามนโยบายการตลาด นำการผลิตไปสู่การจัดการสินค้าเกษตรกรได้อย่างมั่นคงในอนาคต.