"องคมนตรี" พร้อมคณะ กปร. ติดตามขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ด้านศูนย์ฯเผยผลงานเกษตรกรต้นแบบในพื้นที่ หันหลังให้อาชีพขายแรงงานกลับบ้านเกิด ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ มีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.66 นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วย นายปวัตร์ นวะมะรัตน เลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางไปยังศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ โดยมี นายสมชาย เชื้อจีน ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ เจ้าหน้าที่จากส่วนงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และนำชมความคืบหน้าในการดำเนินงานของศูนย์ฯ

โดย นายสมชาย เชื้อจีน กล่าวถึงกระบวนการส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้แก่ราษฎรว่า  ทางศูนย์ฯจะเริ่มด้วยการคัดเลือกเกษตรกรที่มีปัญหาด้านอาชีพ โดยเฉพาะการทำนาที่ไม่ได้ผล นำมาฝึกอบรมให้ความรู้ด้านการเกษตร ปัจจุบันมีทั้งหมด 14 ด้าน อาทิ ด้านวิชาการเกษตร พืช สัตว์ และประมง โดยให้ชาวบ้านเลือกสาขาที่ตนเองมีความต้องการและถนัด ตลอดถึงความพร้อมของพื้นที่ที่เหมาะสมของแต่ละประเภทสาขาอาชีพ เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตัวเอง ตามสภาพภูมิประเทศและภูมิสังคมที่เหมาะสม

...

ด้าน นางสมุทร มาจาด ราษฎรบ้านโคกสามัคคี หมู่ที่ 14 ต.ห้วยตึ๊กชู อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ได้เข้ารับการอบรมเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในพื้นที่ เริ่มจากการแบ่งพื้นที่ทำการเกษตร ตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ มีทั้งหมด 12 ไร่ แบ่งทำนาข้าว 10 ไร่ ที่อยู่อาศัย 2 ไร่ และปลูกต้นยางนาที่ได้รับจากศูนย์ฯบริเวณริมรั้วของพื้นที่ จำนวน 30 ต้น ปลูกมะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ก้นจีบและพันธุ์น้ำหวานแปดริ้ว จำนวน 100 ต้น ระยะแรกซื้อต้นพันธุ์จาก อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และ อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา ราคาต้นละ 50 บาท และ 100 บาท ปัจจุบันเพาะและขยายพันธุ์เองได้ นอกจากนี้ยังเลี้ยงโคและกระบือ โดยนำมูลไปใช้ปรับปรุงบำรุงดิน ซึ่งช่วยเพิ่มผลผลิตลดการใช้ปุ๋ยเคมี มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน จากการขายผลผลิต เช่น มะพร้าว กล้วยหอม กล้วยไข่ และขายหน่อพันธุ์กล้วย

"ตอนนี้มีความสุขดี ตื่นเช้าไม่ต้องไปวิ่งหางานบ้านหรือจังหวัดอื่น เพราะมีงานมีรายได้รออยู่แล้วที่บ้าน ได้อยู่กับครอบครัวกับหลานๆไม่ต้องแยกกันอยู่ มีความสุข อบอุ่น พออยู่พอกินไม่ขัดสน" นางสมุทร กล่าว

นายสมชาย เชื้อจีน กล่าวอีกว่า กรณีของ นางสมุทร มาจาด นั้น เป็นเกษตรกรต้นแบบด้านเกษตรผสมผสาน (วนเกษตร) ประจำปี 2564 หนึ่งในเกษตรกรที่นำความรู้ จากการฝึกอบรมมาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง เริ่มจากการแบ่งพื้นที่ทำการเกษตรตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งในช่วงวัยทำงานได้ออกจากหมู่บ้านไปทำงานในเมือง พอมีอายุมากขึ้น แก่ตัวลง และปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ จึงอยากกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในชนบท ทางศูนย์ฯได้รับเข้ามาฝึกอบรมพัฒนาอาชีพเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ การเกษตรผสมผสานตามหลักวนเกษตร คือ ปลูกป่าเพื่อรับประโยชน์จากป่า เช่น เห็ด การเลี้ยงปลา ไก่ วัว และการปลูกมะพร้าวน้ำหอม

"ทางศูนย์ฯพยายามปรับเปลี่ยนการประกอบอาชีพของราษฎร จากการทำนาอย่างเดียวมาทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยขุดนาเป็นร่องสวน ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังก็ลดลง เพื่อมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านการตลาด ลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร เพื่อให้ราษฎรสามารถพึ่งพาตนเองได้ อย่างช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดฯ ราษฎรอำเภอภูสิงห์ไม่ประสบปัญหาเรื่องอาหาร เพราะชุมชนสามารถผลิตอาหารเองได้ และเพียงพอต่อความต้องการจึงไม่ลำบาก" นายสมชาย กล่าว

...

นอกจากนี้ นายปวัตร์ นวะมะรัตน เลขาธิการ กปร. ได้รายงานถึงแนวทางการดำเนินงานสนองพระราชดำริของศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ ต่อองคมนตรีและคณะฯว่า ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ จัดตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2537 เพื่อช่วยเหลือราษฎรในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร ให้ดำเนินการในลักษณะเช่นเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ที่มีลักษณะเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต โดยการรวมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาปฏิบัติงานแบบบูรณาการร่วมกัน และขยายผลไปสู่ประชาชนให้สามารถพัฒนาอาชีพ และพัฒนาชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรสาขาต่างๆ แก่เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

"ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างแหล่งอาหาร สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร รวมทั้งสามารถพัฒนาเกษตรกรเป็นต้นแบบขยายเครือข่ายในชุมชน ทำให้ประชาชนหมู่บ้านบริเวณรอบศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์ฯ และหมู่บ้านใกล้เคียง จำนวน 27 หมู่บ้าน ได้รับโอกาสการพัฒนา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน" เลขาธิการ กปร. กล่าว

...