หนุ่มสิงห์บุรีใช้พื้นที่ 4 ไร่ข้างบ้าน ปลูกกระเจี๊ยบเขียวส่งจำหน่ายไปขายญี่ปุ่น สร้างรายได้ 40,000 บาทต่อเดือน โดยทำเกษตรผสมผสาน ปลูกพืนอื่นแซม เพื่อหมุนเวียนขายในตลาด เผย 2 เดือนเก็บขายได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดสิงห์บุรี หนุ่มเกษตรกร ในหมู่ที่ 2 ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ใช้พื้นที่ 4 ไร่ข้างบ้าน ปลูกกระเจี๊ยบเขียวส่งจำหน่ายไปขายญี่ปุ่น สร้างรายได้ 40,000 บาทต่อเดือน โดยระหว่างนี้ก็ทำเกษตรผสมผสาน ปลูกพืนอื่นแซมไปด้วย เผย 2 เดือนเก็บผลผลิตส่งขายได้ จึงเดินทางไปยังพื้นที่เพื่อนพบกับ นายศุภกฤษณ์ แกมทับทิม เจ้าของสวนกระเจี๊ยบเขียว
นายศุภกฤษณ์ กล่าวว่า เดิมทีทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาจึงย้ายกลับมาที่บ้านที่สิงห์บุรี เพื่อจะได้มีเวลาดูแล พ่อแม่ที่แก่ชรา โดยทำการค้าขายเล็กๆน้อย แต่ก็ไปไม่ไหว สุดท้ายหันกลับมาทำการเกษตร โดยใช้พื้นที่ว่างเปล่าบริเวณหน้าบ้านพักจำนวน 4 ไร่ ทำเกษตรแบบผสมผสาน มีการปลูกพืชหมุนเวียนไปตามความต้องการของตลาด เช่นดอกดาวเรือง หน่อไม้ฝรั่ง แตงกวา ถั่วฝักยาว เป็นต้น โดยแบ่งพื้นที่ปลูกพืชแต่ละชนิดแตกต่างกันไป มีรายได้พอประมาณแต่ไม่ถึงกับมาก
เจ้าของสวนกระเจี๊ยบเขียว กล่าวต่อว่า กระทั่งต่อมามีผู้แนะนำให้ปลูก กระเจี๊ยบเขียว สายพันธุ์ที่ประเทศญี่ปุ่นมีความต้องการเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้นำพันธุ์กระเจี๊ยบมาให้ปลูก จึงแบ่งพื้นที่บางส่วน ทดลองปลูกกระเจี๊ยบเขียว ลงทุนเพียงค่าไถดิน ยกแปลง และเดินระบบน้ำหยดในร่องแปลง ซึ่งลงทุนไปประมาณ 2,500 บาท ทดลองปลูกกระเจี๊ยบเขียวเป็นรุ่นๆ ทั้งหมด 4 รุ่น ใช้พื้นที่ รุ่นละ 2 งาน โดยหนึ่งรุ่นจะให้ผลผลิตประมาณ 2 เดือน สามารถเก็บผลผลิตได้ทุกวัน โดยเมื่อเก็บผลผลิตจากรุ่นที่แรกครบ 2 เดือนแล้ว กระเจี๊ยบรุ่นที่ 2 ก็จะเริ่มเก็บผลผลิตได้ ไล่ตามกันมา
...
นายศุภกฤษณ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนแปลงรุ่นที่หนึ่งก็จะทำการรื้อแปลงและเตรียมปลูกรุ่นที่ 5 ต่อไป ทำให้มีผลผลิตต่อเนื่องมีกระเจี๊ยบให้เก็บส่งขายทุกวัน โดยมีพ่อค้าที่นำพันธุ์กระเจี๊ยบมาให้ จะมารับซื้อในราคาประกัน กิโลกรัมละ 23 บาท มีรายได้ 400-600 บาทต่อวัน จากการจำหน่ายกระเจี๊ยบ ส่วนพื้นที่ที่เหลือก็ปลูกแตงกวา และหน่อไม้ฝรั่ง เสริมช่วยอีก ทำให้มีรายได้รวมกันแล้วประมาณ 40,000 บาทต่อเดือน มีความสุขอยู่ที่บ้าน และมีเวลาดูแลพ่อแม่ที่แก่ชราอีกด้วย.