ไฟไหม้บ่อขยะ เทศบาลเมืองนครพนม ล่าสุดขยายวงกว้างกว่า 5 กม. กระทบ 10 หมู่บ้าน ชาวบ้านผวากลิ่นเหม็นไหม้ จนท.ต้องฉีดน้ำตลอดเวลาคาดอีก 2 วันคุมเพลิงได้ พร้อมเร่งหาสาเหตุ พบเบาะแสมือดีวางเพลิง

เกี่ยวกับกรณี ไฟลุกไหม้ บ่อขยะฝังกลบเทศบาลเมืองนครพนม ในพื้นที่บ้านสุขเกษม ต.โพธิ์ตาก อ.เมืองนครพนม ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา จนกระทั่งข้ามคืน

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไฟไหม้ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากมีปัญหาหมอกควันขยายวงกว้าง ในรัศมีพื้นที่ รวม 10 หมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม โดยทางเทศบาลเมืองนครพนม ได้ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ระดมรถน้ำดับเพลิง เครื่องจักรหนัก รถแบ็กโฮ เข้าไปควบคุม พร้อมวางมาตรการป้องกันควบคุม ไม่ให้ไฟลุกไหม้ขยายวงกว้าง

...

สำหรับพื้นที่บ่อขยะฝังกลบรวม 70 ไร่ ได้รับผลกระทบถูกไฟไหม้ ประมาณ 10 ไร่ เบื้องต้นสามารถควบคุมป้องกันเพลิงลุกไหม้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ต้องมีการฉีดพรมน้ำตลอดเวลา เนื่องจากเป็นขยะแห้ง บวกกับ สภาพอากาศหนาว ทำให้มีลมกระโชกแรง ทำให้ไฟลุกไหม้ต่อเนื่องได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องหมอกควันจากไฟไหม้ และกลิ่นเหม็นไหม้ ปกคลุมไปตามพื้นที่ หมู่บ้านต่างๆ สร้างความเดือดร้อน ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ เจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2 วัน จะสามารถควบคุม แก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด

ส่วนสาเหตุเบาะแส ทางผู้บริหารเทศบาลเมืองนครพนม กำลังมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมาย รวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากมีเบาะแสว่าถูกลอบวางเพลิงจากมือดี ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อยู่ระหว่างดำเนินการ หากพบหลักฐานชัดเจนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับคนก่อเหตุทันที พร้อมวางมาตรการเข้มในการป้องกันไม่ให้มีการเกิดเหตุซ้ำอีก

ด้าน นายทอน ขุนนาดี อายุ 75 ปี ชาวบ้านโคกกุง หมู่ 3 ต.โพธิ์ตาก อ.เมืองนครพนม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุไฟไหม้บ่อขยะ ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบมีทั้งหมอกควันลอยมาจากพื้นที่บ่อขยะ ระยะทางไกลกว่า 3-4 กิโลเมตร แต่ยังได้กลิ่น ยิ่งช่วงกลางคืน และช่วงเช้า มีหมอกควันลอยเข้ามาถึงหมู่บ้าน ส่งกลิ่นเหม็น แสบตา แสบจมูก ต้องสวมหน้ากากอนามัย อยากให้ทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เร่งหาทางป้องกันแก้ไข ควบคุมไม่ให้ไฟลุกลาม เพราะกระทบความเป็นอยู่ โดยในปีนี้ถือว่าเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกช่วงต้นปี ไม่อยากให้เกิดขึ้นซ้ำอีก.