ไล่ล่าขบวนการค้าเสือโคร่งข้ามชาติ "ไทย-ลาว" จับมือขยายผล ตะลึงพบเบาะแสสำคัญ มีลูกเสือโคร่งอีก 20-30 ตัว อาจเป็นเสือในฟาร์มเมืองไทย แล้วลักลอบขนออกไป ขายนายทุนต่างชาติ เศรษฐีนำไปทำเมนูแปลกเปิบพิสดาร-ยาโด๊ป เร่งสาวถึงผู้บงการ
จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และตำรวจ ปทส. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาลักลอบนำลูกเสือโคร่ง 4 ตัว มาขายในพื้นที่ จ.มุกดาหาร โดยให้การอ้างว่านำลูกเสือโคร่งมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร หรือไซเตส (CITES) ได้ประสานงานกับ หัวหน้ากองกวดกาป่าไม้ สัตว์น้ำ สัตว์ป่าและของดง นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว มาร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลขยายผลจับกุมขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ หลังจากร่วมกันจับกุมนายถนัด วงศ์สาร และตรวจยึดลูกเสือโคร่งของกลาง จำนวน 4 ตัว ได้เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 65 ที่ผ่านมา พร้อมกับ ดำเนินคดีข้อหากระทำความผิด พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฐานมีไว้ในครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำเข้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยลักลอบขนย้ายลูกเสือโคร่งข้ามทางช่องพรมแดนธรรมชาติ
...
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) นายสถิตย์ พิสัยสวัสดิ์ หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร ท่านบัวพัน บุนวิไล หัวหน้ากองกวดกาป่าไม้ ท่านสุนทอน เทบปันยา รองหัวหน้ากองคุ้มครองอนุรักษ์ป่าฯ และอีกหลายหน่วยงานร่วมกันประชุมเพื่อความร่วมมือ พร้อมกับหาแนวทางป้องกันหลังจากมีการจับกุมการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ
จากการสืบสวนขยายผลยังทำให้ทราบด้วยว่า นายถนัด ผู้ต้องหา ได้เดินทางเข้าไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ผ่านช่องทางด่านพรมแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต พร้อมกับเพื่อนชาวไทย 1 คน เพื่อไปติดต่อซื้อลูกเสือโคร่ง จากนั้นนายถนัด เดินทางกลับช่องทางเดียวกัน ในวันที่ 14 พ.ย. 65 เข้ามาเพียงคนเดียว หลังถูกจับกุมให้การสารภาพอ้างว่า ได้ไปติดต่อซื้อลูกเสือโคร่ง ในแขวงสะหวันนะเขต ห่างจากด่านพรมแดนไทย ประมาณ 7 กม. จากการตรวจโทรศัพท์มือถือของนายถนัด ยังพบคลิปวิดีโอในมือถือ บันทึกภาพการเลี้ยงลูกเสือโคร่งอีกจำนวนหลายตัว ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ไทย และ สปป.ลาว จึงต้องมาร่วมกันหารือขยายผลจับกุมขบวนการค้าเสือโคร่งข้ามชาติ
นายชัยวัฒน์ ผอ.สบอ.9 (อุบลฯ) เปิดเผยว่า ได้นำทีม และคณะ 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งของไทย และ สปป.ลาว มาร่วมประสานข้อมูลแลกเปลี่ยนกันไม่ได้นิ่งนอนใจ เพื่อที่จะช่วยกันปราบปราม ขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติทั้ง 2 ประเทศ ปัจจุบันทาง สปป.ลาว เองก็ได้กวดขันในเรื่องนี้อยู่แล้วโดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงเสือโคร่ง เนื่องจากในธรรมชาติไม่มีเสือโคร่งแล้ว เมื่อได้พูดคุยจึงทราบว่า เสือโคร่งส่วนหนึ่งข้ามมาจากประเทศไทยในช่องทางธรรมชาติ นำไปพักพิงที่ฝั่งสะหวันนะเขต ขณะนี้ได้ส่งหลักฐานต่างๆ จากกล้องวงจรปิด เป้าหมาย ที่พักของขบวนการค้าสัตว์ป่าให้ทาง สปป.ลาว ไปหมดแล้ว
ขณะนี้สืบทราบมาว่า ยังมีลูกเสือโคร่งที่อยู่ทางฝั่ง สปป.ลาว จำนวนมากถึง 20-30 ตัว ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองเข้าไปมีส่วนรู้เห็นนั้น ในหลักการยังต้องไล่เรียงสาวไปให้ถึง ผู้บงการ ที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจมืดขบวนการค้าสัตว์ป่า
ด้าน ท่านสุนทอน รองหัวหน้ากองคุ้มครองอนุรักษ์ป่าฯ กล่าวว่า ได้นำทีมงานจากแขวงสะหวันนะเขต มาประชุมกับทีมงานไซเตส ประเทศไทย ได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกเสือโคร่ง 4 ตัว จึงขอแจ้งให้ทราบว่า ทาง สปป.ลาว แขวงสะหวันนะเขต ไม่มีฟาร์มเสือโคร่ง ไม่ได้เลี้ยงเสือโคร่ง กระทั่งได้มาแลกเปลี่ยนข้อมูลความจริงแล้วทำให้ทราบว่า ลูกเสือโคร่งมาจากไทย ลักลอบนำไปพักพิงที่แขวงสะหวันนะเขต โดยมีชาวต่างชาติมารับซื้อ เพื่อนำไปเป็นอาหาร เป็นยาสมุนไพร กินเป็นยาอายุวัฒนะ
...
นอกจากนี้ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า ลูกเสือโคร่งไม่ได้มีแค่ 4 ตัว แต่มีมากกว่า 20-30 ตัว ฉะนั้นทางเจ้าหน้าที่สะหวันนะเขต จะได้กลับไปติดตามเพื่อที่จะตามหาเส้นทางของลูกเสือได้เคลื่อนย้ายไปไหน พร้อมจะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้รับทราบ พร้อมกับจะดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามขั้นตอนของกฎหมาย.