จากเด็กหญิงวัย 10 ขวบหายจากบ้านไป 50 ปี พรหมลิขิตพาให้ทางการให้สำรวจคนต่างด้าว จึงได้กลับชัยภูมิอีกครั้งในวัย 60 ปี ได้เจอญาติมิตร พี่ น้อง เข้าสวมกอดกันทั้งน้ำตา ดีใจกลับมามีบัตร ปชช.แล้ว

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2565 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายเปเร็จ สากุล ผู้ใหญ่บ้าน หนองชุมแสง หมู่ 13 ต.ห้วยบง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ว่า อดีตลูกบ้านของตนเอง ได้หายไปจากบ้านนานกว่า 50 ปี โดยได้รับแจ้งและได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านทางภาคใต้ คือ นายสมเจต เจริญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 ต. ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่อบรมด้วยกันมา ของวิทยาลัยการปกครองสุราษฎร์ธานี (รุ่น 80/2560) ที่ จ.พังงา ในนามสมาคมผู้ใหญ่บ้านด้วยกันให้ตรวจสอบ

เมื่อสอบถาม นางวรรณี สุนทรสนิท ที่มีตัวตนอาศัยอยู่ที่ บ้านค่าย หมู่ 6 ต.บัวทอง อ.ท้ายเหมือง จ. พังงา มานานหลายสิบปี แต่ไม่มีหลักฐานและบัตรประจำตัวใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อทางกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ทำการสำรวจตรวจสอบสถานะของบุคคลว่าเป็นตนต่างด้าว หรือผู้หลบหนีเข้าเมืองหรือไม่ นางวรรณี สุนทรสนิทได้แจ้งว่า บ้านเดิมอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ ออกจากบ้านมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ร่อนเร่ไป ตามที่ต่างๆ สุดท้ายจนได้ไปถึง จ.พังงา และมีครอบครัวอยู่ที่นี่ จึงแจ้งให้ตนช่วยตรวจสอบว่าเป็นคนชัยภูมิจริงหรือไม่

...

บังเอิญอีกเหมือนกันว่านางวรรณี แจ้งว่าเป็นคนอยู่บ้านห้วยหว้า ตำบลห้วยบง ซึ่งตนเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่พอดี จึงสอบถามไปยัง นายสมศิลป์ ทันท่าหว้า ผู้ใหญ่บ้านน้อย หมู่ 10 ต. ห้วยบง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ว่า เคยได้ยินเรื่องเด็กหนีออกจากบ้านไปหรือไม่ ปรากฏว่ามีผู้เฒ่าผู้แก่ และเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันบอกว่ามี แต่พ่อแม่เขาตายไปหมดแล้ว เหลือพี่สาวอยู่คนเดียว จึงได้มีการถ่ายรูปทั้งพี่และน้องส่งไปให้กันดู ปรากฏว่าเป็นพี่น้องกันจริงๆ จำเรื่องราวกันได้ จึงได้นัดวันเดินทางกลับสู่มาตุภูมิบ้านเกิดตนเองในวันที่ 13 ที่ผ่านมา

ส่วนบรรยากาศวันแรกที่ได้พบกันเป็นไปด้วยความปลื้มปิติ และน้ำตา ทั้งพี่น้อง ญาติๆ เพื่อนร่วมรุ่น ป.4 โรงเรียนบ้านห้วยหว้าเมื่อ 50 ปีก่อน ต่างกอดกันร่ำไห้ รำพึงรำพันถึงความหลัง และถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันอย่างเซ็งแซ่ด้วยความรัก ความอบอุ่นของครอบครัวและเพื่อนบ้าน

นางวรรณี ผู้พลัดถิ่นฐานบ้านเกิดมากว่า 50 ปี กล่าวว่า ตัวเองออกไปจากบ้านตั้งแต่อายุได้ 10 ขวบกับเพื่อนอีก2-3 คน โดยมีคนที่มาหาคนทำงานพาไป เดินทางไปหลายที่ ทั้ง โคราช 2 ปี ก็ไปอยู่กรุงเทพได้ 4 ปี ก็เดินทางต่อไปยังภาคใต้ อยู่พังงา ตั้งแต่นั้นมา ส่วนชีวิตการทำงานก็รับจ้างเอาทุกอย่าง ตั้งแต่หาบน้ำ ล้างจาน เลี้ยงเด็ก แม่บ้าน ลูกจ้างเขาตลอด อดมื้อกินมื้อก็มี รายได้ต่อเดือนก็อยู่ที่ 300 บาท (พ.ศ. 2520) ที่ไหนอยู่ไม่ได้ก็ออกเดินทางไปหางานใหม่ เคยกลับมาบ้านหนหนึ่ง หลังจากนั้นเดินทางไปหางานทำที่ปักษ์ใต้มีครอบครัวเป็นคนรับจ้างกรีดยางที่จังหวัดพังงา อยู่มาจนอายุ 16 ปีได้สามีคนแรกมีลูก 2 คนต่อมาสามีคนแรกได้มาเสียชีวิต และตนก็ไม่รู้จะไปพึ่งพาใครอีก

จนเมื่อปี พ.ศ.2541 ตนจึงมีสามีและสร้างครอบครัวใหม่ มาอยู่กิน กับ นาย โกเมศ จงจิตร อายุ 60 ปี ที่บ้านบนไร่ หมู่ 7 ต. ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ. พังงา และครองคู่กันมาจนถึงปัจจุบัน และที่กลับมาบ้านเกิดวันนี้ มีจุดประสงค์หลัก มาเยี่ยมบ้านเกิด และญาติพี่น้องที่เหลืออยู่ และที่สำคัญมาทำบัตรประชาชน เพื่อจะได้เป็นคนไทย ที่สมบูรณ์เสียที เมื่อก่อนเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นไข้ หนาวสั่น ก็ไม่เคยไปโรงพยาบาล ได้แต่ซื้อยาพารากินเอง โชคดีตอนที่มีโควิด-19 เขาเป็นกันทั่ว รอบบ้าน แต่ตนก็ไม่เคยเป็น สิทธิอะไรต่างๆที่รัฐบาลให้ ก็ไม่เคยได้รับกับเขา เพราะไม่มีหลักฐานไดๆ เลย บัตรประจำตัวประชาชน ผู้ใหญ่สมเจต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ที่พังงาบอกว่าเขาให้ทำบัตร แต่เราไม่มีบัตร ผู้ใหญ่บ้านบอกว่ามีเพื่อนเป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ เขาก็สื่อสารกันไป-มา อย่างไรก็ไม่รู้อยู่ หลายวัน ทางผู้ใหญ่มาบอกว่ายังมีพี่สาวมีชีวิตอยู่นะ แล้วก็ถ่ายรูปส่งมาให้กันดูก็ใช่แล้วจึงเดินทางมา ถ้าไม่มีพี่สาวอยู่ก็คงจะไม่ได้มาแน่

"วันนี้ผู้ใหญ่บ้านได้พาไปทำบัตรประชาชนที่อำเภอเมืองชัยภูมิ โดยมี นางสุนธรีย์ยา สุทธยาคม เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ รักษาการ นายอำเภอเมืองชัยภูมิ (ปลัดอาวุโส) ให้ความเมตตาช่วยค้นดูหลักฐานเก่าๆ และออกบัตรให้เรียบร้อย ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะผู้ใหญ่บ้านทั้ง 2 คน ที่ จ.ชัยภูมิ และ จ.พังงา ที่ให้ความช่วยเหลือ ให้กำลังใจจนถึงวันนี้" นางวรรณี กล่าวทั้งน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ

...

ส่วนนาง น้อย ศรีวงไชย (สุนทรสนิท) พี่สาวคนเดียวที่เหลืออยู่พร้อมลูก หลาน ญาติ ผู้เฒ่าผู้แก่ คนสูงอายุในหมู่บ้านใกล้เคียง และเพื่อนบ้าน กว่า 20 คนต่างทยอยกันมาแสดงความยินดี พร้อมผูกข้อมือ รับขวัญตามประเพณีอย่างปลาบปลื้มและเป็นสุข

ด้าน นาง ภูศา ยงไธสง อายุ 58 ปี บ้านน้อย หมู่ 10 ต.ห้วยบง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เป็นเพื่อนกันมาแต่สมัยเด็กๆ เล่าว่า เป็นเพื่อนกันกับ นางวรรณี ตั้งแต่สมัยเรียน ป.4 คบกันเรียนด้วยกันมาตลอด ออกจากเรียน ป.4 แล้วจากกันไป ก็ไม่ได้เจอกันเลยจนถึงบัดนี้ กว่า 50 ปีแล้วพึ่งเจอกัน ขณะนี้ตนอายุ 58 มีคนบอกว่าเพื่อนมาหาก็นึกว่าเพื่อนหายสาบสูญไปแล้ว พ่อของเพื่อนมา แต่งงานใหม่กับคนบ้านนี้และ เป็นแม่เลี้ยงเขา ส่วนพี่สาวเรามีคนเดียวชื่ออ้ายพัน (พี่พรรณ) ดีใจมากไม่นึกไม่ฝัน ว่าจะได้พบกันอีก.