กรมส่งเสริมสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมสหกรณ์โคเนื้อสุรินทร์วากิวยางสว่าง เตรียมดันทำโรงเรือนตลาดซื้อ-ขาย และโรงเชือดครบวงจร หลังราคาเนื้อวากิวพุ่ง
เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 65 นายนิรันดร์ มูลธิดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ตนพร้อมด้วย นายนิรันดร์ อ่อนนุ่ม สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์โคเนื้อสุรินทร์วากิวยางสว่าง จำกัด ในต.ยางสว่าง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ถือเป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ที่ประสบผลสำเร็จในการส่งเสริมให้สมาชิกเลี้ยงโคเนื้อวากิว ซึ่งเป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างวากิวญี่ปุ่นกับวัวพื้นเมืองไทย เนื่องจากเนื้อวากิวมีราคาค่อนข้างสูง แม้จะเลี้ยงยากโตช้าน้ำหนักน้อยกว่าเมื่อเทียบกันวัวลูกผสมอื่นๆ อย่าง บรามัน หรือชาโลเล่ ทั้งนี้ขอให้รักษาระดับมาตรฐานระดับดีเลิศของสหกรณ์นี้ไว้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิกทั้ง 110 คนให้ดำเนินธุรกิจและร่วมกิจกรรมการส่งเสริมอาชีพของสหกรณ์ พร้อมทั้งประสานหน่วยงานระดับพื้นที่เข้ามาเป็นภาคีเครือข่ายที่ช่วยแนะนำส่งเสริมความรู้ด้านการผลิต การแปรรูปและการตลาดให้กับเกษตรกรและชาวบ้าน โดยมีสหกรณ์เป็นศูนย์กลางและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกให้มีความกินดีอยู่ดี มีรายได้ที่มั่นคง โดยเฉพาะการเลี้ยงโคเนื้อปัจจุบันตลาดมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น โดยกรมฯ จะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลแนะนำส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพ บริหารจัดการด้วยความโปร่งใสและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างครบวงจรต่อไป
...
นายเรืองศักด์ สีตะริสุ ประธานกรรมการสหกรณ์โคเนื้อสุรินทร์วากิวยางสว่าง จำกัด กล่าวว่า เมื่อก่อนชาวบ้านใน ต.ยางสว่าง นิยมเลี้ยงกระบือเป็นอาชีพ และ อ.รัตนบุรี เป็นพื้นที่มีการเลี้ยงกระบือมากที่สุดของ จ.สุรินทร์ แต่มาช่วงหลังการเลี้ยงกระบือเริ่มหายไป ก่อนกลับมาพลิกฟื้นอาชีพเลี้ยงโคเนื้อวากิวขึ้นมาใหม่เนื่องจากขายได้ราคาดี เป็นที่ต้องการของพ่อค้าและผู้บริโภค แต่จากการที่ต่างคนต่างเลี้ยงต่างขาย ทำให้ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้า หรือนายฮ้อย จึงมีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์ขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2558 ล่าสุดมีสมาชิก 110 ราย ทุนดำเนินงาน 3.5 ล้านบาท ปัจจุบันสหกรณ์มีโคเนื้อวากิวอยู่ประมาณ 600 ตัว แบ่งเป็นแม่พันธุ์ 80 ตัว ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่จะเลี้ยงโคต้นน้ำ โดยลูกโคที่เกิดมาประมาณ 15-18 เดือน ก็จะจำหน่ายให้กับทางสหกรณ์ไปขุนต่อ โดยสหกรณ์รับซื้อลูกโคจากสมาชิกสนนราคา 100-110 บาทต่อกิโลกรัม จากนั้นมาขุนต่อ 6-8 เดือน จนได้น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 390-400 กิโลกรัมต่อตัว จึงส่งจำหน่ายให้กับโรงเชือดหรือพ่อค้าที่มารับซื้อในราคา 130-140 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันสหกรณ์จำหน่ายโคเนื้อวากิวเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 ตัวต่อเดือน
"เหตุที่ชาวบ้านไม่นิยมขุนต่อเพราะต้นทุนเลี้ยงสูง ต้องใช้อาหารอัดเข้าไปเยอะ สหกรณ์มีศักยภาพมากกว่า ทำให้สหกรณ์รายได้จากส่วนต่างตรงนี้ และยอมรับว่าผลพวงจากราคาเป็นสิ่งจูงใจอีกทั้งตลาดมีความต้องการสูง ปัจจุบันทำให้สมาชิกหันมาเลี้ยงโคเนื้อวากิวเฉลี่ย 3-6 ตัวต่อครัวเรือน แต่ปัญหาวากิวโตช้าและเนื้อไม่เยอะเหมือนบรามัน หรือชาโลเล่ ดังนั้นสหกรณ์จึงส่งเสริมให้สมาชิกเลี้ยงบรามันและชาดลเล่ควบคู่ไปวากิว ถ้าเป็นวัวทั่วไปพันธุ์พื้นเมือง 80-90 บาท บรามัน ชาโลเล่ 100-110 ส่วนวากิว 130-140 บาท ราคาและความต้องการของตลาดเป็นแรงจูงใจให้ชาวบ้านหันมาเลี้ยงวากิว" นายเรืองศักดิ์ กล่าว
นายเรืองศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กำลังทำเรื่องเสนอของงบจาก อบต.ยางสว่าง เพื่อทำโรงเรือนรวบรวมโคเนื้อวากิวเพื่อเป็นตลาดซื้อ-ขายในเขต อ.รัตนบุรี และประสานเชื่อมโยงเครือข่ายกับสหกรณ์อื่นๆ ที่สนใจมารับซื้อโคไปจะทำตลาดต่อไป จากนั้นสหกรณ์มีแผนสร้างโรงชำแหละแปรรูปเพื่อจะได้ดำเนินการโคเนื้อวากิวแบบครบวงจร โดยได้ทำแผนยื่นขอการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ไป 5 ล้านบาท เชือดได้เดือนละ 10-20 ตัว ถ้าเรามีโรงเชือดมาตรฐาน GMP ตั้งอยู่ตรงนี้ต่อไปก็จะมีผู้ประกอบการขายเนื้อในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง อย่างศรีสะเกษ หรืออุบลราชธานีที่เลี้ยงโคกันเยอะก็จะมาจ้างโรงเชือดชำแหละของเราก็จะสร้างรายได้ให้กับสหกรณ์อีกทางหนึ่ง เพียงแต่ที่ผ่านมาสหกรณ์ยังติดปัญหาเรื่องที่ตั้งโรงงาน ทราบว่าขณะนี้ท่านรองได้สั่งการให้สหกรณ์จังหวัดสุรินทร์ลงมาดูพื้นที่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "เนื้อวากิว" เป็นอีกเมนูเด็ดไว้ต้อนรับผู้นำในการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย. 2565.
...