กรณี ส.ต.อ.สภ.เมืองไหม เครียดปมมีคดีความกับชาวบ้านถูกตั้งสอบวินัย โวยลั่นโรงพัก ด้านผู้การฯขอนแก่น ตั้งสอบข้อเท็จจริงและวินัยใหม่ และย้ายไปทำหน้าที่อื่นลดความกดดัน ลั่นให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 28 ตุลาคม 2565 ที่ ศปก.ภ.จว.ขอนแก่น พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น แถลงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปในโซเชียลที่ข้าราชการตำรวจยศ ส.ต.อ.มีพฤติกรรมก้าวร้าว เหตุเกิดขึ้นที่ สภ.เมืองไหม อ.เมือง จ.ขอนแก่น
พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ตามคลิปที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลนั้น เกิดจากการที่ข้าราชการตำรวจยศ ส.ต.อ.ชื่อเล่นโบ้ส (สงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 32 ปี ปฏิบัติหน้าที่ตำรวจสายตรวจประจำ สภ.เมืองไหม เข้าพบผู้กำกับการ สภ.เมืองไหม แล้วมีการพูดคุยกันในเรื่องที่คณะกรรมการสอบสวนจะตั้งข้อกล่าวหาทางวินัยกับตำรวจโบ้ส สร้างความไม่พอใจให้กับตำรวจโบ้ส จนมีการตะโกนคำว่า ตำรวจฆ่าตำรวจ และคำหยาบอีกหลายคำ โดยมีข้าราชการตำรวจอีกหลายนายเห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า สำหรับ เหตุการณ์ข้อพิพาท ก่อนที่จะเกิดการถ่ายคลิปของตำรวจในครั้งนี้ เกิดจากการที่เมื่อเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา มีชาวบ้านเผาที่นาตัวเองแล้วไฟลุกลามไหม้รั้ว และมิเตอร์ประปาในบ้านของบิดามารดาของตำรวจ ตำรวจรายนี้ไม่พอใจ จึงมีการยิงปืนหลายนัด ฝ่ายชาวบ้านเกิดความกลัว จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองไหม ฝ่ายตำรวจก็แจ้งความกลับกับชาวบ้านเช่นกันในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ พนักงานสอบสวน รับเรื่องร้องทุกข์จากทั้งสองฝ่าย ทั้งยังพยายามไกล่เกลี่ย แต่ทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันจะเอาเรื่องกันและกัน พนักงานสอบสวนก็ทำสำนวนส่งพนักงานอัยการ พนักงานอัยการรับเรื่องส่งสำนวนสู่ศาล ศาลสั่งฟ้องในคดีดังกล่าว
พล.ต.ต.นพเก้า กล่าวอีกว่า ส.ต.อ.โบ้ส เป็นตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดีมาโดยตลอด รวมถึงเป็นครูแดร์ด้วย ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด ในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นนั้น มีการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ สภ.เมืองไหม และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทางวินัย ในเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเพื่อลดความกดดันของผู้ใต้บังคับบัญชา จึงได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.จรัสพัฒน์ สุตยสรณาคม รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ลงพื้นที่ไปพบพูดคุยและให้กำลังใจกับผู้ใต้บังคับบัญชา นอกจากนี้ยังจะย้ายตำรวจรายนี้ไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนงานอื่นๆ เพื่อลดความกดดัน และได้ทำงานตามที่ตัวเองถนัดด้วย
ด้าน ส.ต.อ.โบ้ส กล่าวว่า ก่อนที่จะถูก ผกก.เรียกพบและถ่ายคลิปในครั้งนี้นั้น มีเหตุการณ์ข้อพิพาทระหว่างครอบครัวตนกับเพื่อนบ้านที่มีที่ดินติดกัน โดยบิดามารดาไปซื้อที่ดินสร้างเป็นบ้านสวน ในพื้นที่บ้านโคกสี ม. 14 ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีการสร้างรั้ว ตามแนวเขตไว้ชัดเจน กระทั่งช่วงกลางเดือน มกราคม 2564 มีเหตุไฟไหม้ในที่ดินของครอบครัว ฝั่งที่ติดกับที่นาของคู่กรณี อายุ 43 ปี ชาวบ้านโคกสี ซึ่งขณะเกิดเหตุ ทางครอบครัวช่วยกันดับไฟ โดยชาวบ้านรายดังกล่าวก็อยู่ในเหตุการณ์ จึงได้ถ่ายภาพบันทึกไว้
จากนั้น มารดาก็เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองไหม แต่พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความ และให้มารดากลับบ้าน แต่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ชาวบ้านที่มีที่นาติดกับที่บ้าน พร้อมญาติพี่น้องเดินทางเข้าแจ้งความ พนักงานรับแจ้งความร้องทุกข์จากชาวบ้าน แต่ไล่ให้มารดาตนกลับบ้าน โดยไม่รับแจ้งความ
ผบ.หมู่ คพส.สภ.เมืองไหม กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความจากมารดาผม แต่รับแจ้งความจากชาวบ้าน โดยไม่ไปตรวจที่เกิดเหตุ จากนั้นเรียกผมไปรับทราบข้อกล่าวหาในช่วงวันที่ 11 เมษายน 2564 ข้อหาคดีอาญาที่ 40/25643 ลงวันที่ 4 เมษายน 2564 ข้อหา "มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือชุมชน, ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ, ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถึงแม้ตนจะมีปืนที่ซื้อตามโครงการของตำรวจ จำนวน 2 กระบอก แต่ไม่ได้ยิงปืนใส่ใคร หรือยิงข่มขู่ใคร และไม่เคยมีปืนเถื่อน จึงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและสู้มาตลอด
...
ส.ต.อ.โบ้ส กล่าวอีกว่า ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ได้เสนอต่อ ผกก.สภ.เมืองไหม ที่ดำรงตำแหน่งในปี 2564 ว่าขอส่งอาวุธปืนให้ ศพฐ.4 ขอนแก่นตรวจสอบ และยินดีให้ตรวจหาเขม่าดินปืน เนื่องจากว่า หลังชาวบ้านแจ้งความ และฝ่ายมารดาก็เข้าแจ้งความอีกครั้ง พนักงานสอบสวนจึงรับแจ้ง แต่ไม่ไปตรวจที่เกิดเหตุ ไม่มีการสอบสวน รวบรวมหลักฐานต่างๆ แต่มีการแจ้งข้อกล่าวหาฝ่ายตน จากนั้นผ่านไป 3 เดือนจึงไปตรวจจุดเกิดเหตุ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะตนเองไม่ได้ยิงปืนจึงเสนอให้ตรวจปืนกับเขม่าดินปืน จนในเวลาต่อมา พนักงานสอบสวน ส่งสำนวนให้อัยการและอัยการให้ชอบส่งฟ้องศาล ศาลชั้นต้นพิพากษาทั้ง 2 คดี โดยตนถูกตัดสินในคดีอาญาตามข้อหาดังกล่าว ถูกลงโทษรอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติ 1 ปี บำเพ็ญประโยชน์ 12 ชั่วโมง ปรับ 140,000บาท ส่วนทางแพ่ง ศาลปรับ 130,000บาท
ผบ.หมู่ คพส.สภ.เมืองไหม กล่าวด้วยว่า ในคดีที่เป็นข้อพิพาทกับชาวบ้านนั้น พนักงานสอบสวน ไม่ตรวจที่เกิดเหตุ และไม่มีการตรวจยึด ไม่มีหลักฐานแต่ถูกแจ้งข้อหาหนักเช่นนี้ เมื่อถูกผู้บังคับบัญชาเรียกพบ และบอกว่าจะแจ้งข้อหาเพิ่ม จึงมีคำถามว่า ตำรวจ ทำไมไม่ช่วยกันบ้าง ผู้บังคับบัญชา ทำไมไม่ตรวจสอบถึงหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงฝากถึงผู้บังคับบัญชาว่า ถ้าเหตุการณ์ตามคลิปมันไม่เหมาะสม จะย้ายตนไปที่อื่น ตนจะไม่ยอมย้าย และจะถามว่า ตนผิดอะไร ไฟไหม้ที่ของตนและครอบครัว เกิดขึ้นจริง แต่การยิงปืน การมีปืนเถื่อนมันไม่จริง สามารถตรวจสอบได้ และไม่อยากคิดว่าตนเป็นตำรวจชั้นผู้น้อยถูกกลั่นแกล้ง.
...