ผู้ว่าฯ โคราช เร่งท้องถิ่น 19 อำเภอสำรวจความเสียหายหลังน้ำท่วม เพื่อนำงบฉุกเฉินมาฟื้นฟูเยียวยาความเสียหายให้ชาวบ้านและเกษตรกร ส่วนอีก 3 อำเภอที่ยังน้ำท่วม คาดจะคลี่คลายภายใน 10 วัน
เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมของจังหวัดนครราชสีมา ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่ 22 อำเภอ 128 ตำบล 1 เทศบาลนคร 734 หมู่บ้าน 48 ชุมชน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีบ้านเรือนประชาชน 8,132 หลัง วัด 42 แห่ง โรงเรียน 39 แห่ง ถนน 190 สาย โรงสูบน้ำ 1 แห่ง สถานที่ราชการ 9 แห่ง ถูกท่วมน้ำขัง และมีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยครั้งนี้ 2 ราย
ส่วนพื้นที่การเกษตร จากการสำรวจเบื้องต้น มีนาข้าว 246,815 ไร่, สวนไม้ผล/ไม้ยืนต้น 685.75 ไร่ และพืชไร่/พืชผัก 246,815 ไร่ ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย ซึ่งยังเหลืออีกจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม โดยล่าสุด มี 19 อำเภอ ที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยังเหลืออีก 3 อำเภอ ที่ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยอยู่ ได้แก่ อำเภอพิมาย ชุมพวง และอำเภอเมืองยาง รวม 13 ตำบล 42 หมู่บ้าน บ้านเรือนถูกน้ำท่วม 178 หลัง จุดอพยพ 4 แห่ง ผู้อพยพ 16 ครัวเรือน วัด 7 แห่ง โรงเรียน 5 แห่ง ถนน 29 สาย และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 82,720 ไร่
ล่าสุด วันนี้ (28 ตุลาคม 2565) นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้ให้นโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่ข้าราชการ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดูแล ทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัย โดยให้ทุกพื้นที่เร่งสำรวจบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
ขณะนี้ การเยียวยาด้านการเกษตร ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ยังอยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติมในระดับพื้นที่ เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการระดับหมู่บ้าน แล้วทำประชาคม ประกาศให้ชาวบ้านมาร่วมตรวจสอบพื้นที่เสียหายจริง จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาผ่านที่ประชุมคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอำเภอ ก่อนส่งให้จังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อผ่านจังหวัดแล้ว ก็จะส่งเรื่องไปของบเยียวยาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ส่วนด้านการดำรงชีพ เช่น เรื่องบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ทางกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เข้ามาเป็นแม่งานให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ช่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคณะทำงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เรื่องการประมาณราคาและการตีราคาค่าเสียหาย เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบราชการ รวมทั้งร่วมสำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่รับความเสียหายจริง เพื่อประมาณการค่าใช้จ่ายให้ถูกต้อง ก่อนจะส่งเรื่องไปขอใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ที่มีการอนุมัติในหลักการ ได้จังหวัดละ 20 ล้านบาท เป็นวงเงินฉุกเฉินที่ให้ใช้ทั้งปีงบประมาณ
...
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดตอนนี้ ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขความเสียหายได้ แต่เบื้องต้นจะให้แต่ละท้องถิ่นย่อย เช่น อบต. หรือเทศบาลตำบล ใช้งบฉุกเฉินของตนเองก่อน ถ้าไม่พอจึงร้องขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมไปที่อำเภอ และจังหวัดฯ ตามลำดับ เพื่อขอใช้เงินทดรองราชการกรณีฉุกเฉินฯ มาเยียวยาผู้ประสบภัย และหากความเสียหายจริงทั้งหมด เกินวงเงิน 20 ล้านบาท ทางจังหวัดฯ ก็จะเสนอขอขยายวงเงินเพิ่มเพื่อไปเยียวยาผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายจริงให้ครบทุกราย ซึ่งหากประสบภัยแต่ไม่ได้รับความเสียหาย ก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากวงเงินก้อนนี้
สำหรับส่วนราชการอื่นๆ เช่น ทางหลวงชนบท อบจ. หรือหน่วยงานอื่นๆ ก็ต้องใช้งบประมาณประจำปีของแต่ละหน่วยงานมาซ่อมแซมเอง ซึ่งอีก 3 อำเภอที่อุทกภัยยังไม่คลี่คลาย ก็คาดว่าอีกประมาณ 10 วันสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะได้เร่งสำรวจตรวจสอบพื้นที่เสียหายเพื่อให้การเยียวยาฟื้นฟูโดยเร็วต่อไป.