ภาพจากแฟ้มข่าว

ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 7 ให้ถอนเครื่องผลักดันน้ำที่สะพานโขงเจียมทั้งหมดจำนวน 96 เครื่องออกหลัง แม่น้ำมูลไหลเร็วกว่ากำลังเครื่อง ส่วนที่พิบูลมังสาหารเอาออก 30 เครื่องจาก 130 เครื่อง

วานนี้ (9 ต.ค. 65) นายจักริน ประเสริฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 7 ได้มอบหมายให้นายเศรษฐพงศ์ ภิงคารวัฒน์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา ลงพื้นที่ตรวจติดสถานการณ์น้ำมูล ที่สะพานโขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี พบว่าอัตราการไหลของแม่น้ำมูล กับระดับแม่น้ำโขงยังห่างกันอยู่กว่า 2 เมตร ทำให้การอัตราไหลอยู่ในระดับเกณฑ์ที่ดี ประกอบกับได้ให้ส่วนอุทกวิทยาที่ 4 มาดำเนินการวัดความเร็วของน้ำที่สะพานโขงเจียม ปรากฏว่าความเร็วของน้ำมูลที่ไหลลงแม่น้ำโขง มีความเร็วสูงกว่าเครื่องผลักดันน้ำ จึงได้ถอนเครื่องผลักดันน้ำทั้งหมดจำนวน 96 เครื่องออก เพื่อที่จะได้ไม่เป็นการขวางทางน้ำ ซึ่งเครื่องผลักดันน้ำที่ถอนออกก็จะนำไปเก็บไว้ที่บริเวณเชิงสะพานโขงเจียมก่อน เพื่อที่เป็นการสำรองไว้ก่อน หากมีกรณีแม่น้ำโขงหนุนก็สามารถนำมาใช้งานได้ทันท่วงที

...

ส่วนเครื่องผลักดันน้ำที่ได้ติดตั้งไว้บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำมูล อ.พิบูลมังสาหาร จำนวน 130 เครื่องนั้น จากการตรวจหน้าตัดของน้ำ พบว่าบริเวณร่องกลางน้ำของแม่น้ำมูล มีความลึก ทำให้การระบายน้ำมีความเร็วสูงเช่นกัน จึงได้ถอนเครื่องผลักดันน้ำช่วงบริเวณกลางแม่น้ำออกจำนวน 30 เครื่อง เพื่อเพิ่มอัตราการไหลของน้ำให้มีความเร็วขึ้น แต่ยังคงติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำไว้บริเวณริมฝั่งทั้งสองด้านๆ ละ 50 เครื่อง เนื่องจากอัตราการไหลของน้ำยังช้ากว่าปกติอยู่ ซึ่งการถอนเครื่องผลักดันน้ำนี้คาดว่า 1-2 วันน่าจะแล้วเสร็จ


          
สำหรับเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงหรือไฮโดรโฟร์จำนวน 11 เครื่องที่ได้ติดตั้งไว้ที่หาดทรายแก้ว บริเวณแก่งสะพือ อำเภอพิบูลมังสาหาร ขณะนี้น้ำมูลมีระดับที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เข้าท่วมบริเวณติดตั้งเครื่อง จึงมีความจำเป็นต้องขนย้ายไปติดตั้งที่ใหม่บริเวณบ้านทรายมูล ห่างจากบริเวณแก่งสะพือประมาณ 1 กิโลเมตร โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการชี้จุดในการติดตั้งเครื่องใหม่อีกครั้ง ซึ่งกรมชลประทานก็จะเร่งดำเนินการ ช่วยเหลือประชาชนในการเร่งระบายน้ำมูลลงแม่น้ำโขงต่อไป หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนให้แจ้งได้ที่สายด่วน 1460 ตลอด 24 ชั่วโมง.