พ่อของบัณฑิตวิศวะฯ เกียรตินิยม ที่ถูกเด็กวัยรุ่น 15 ปี ขับรถบีเอ็มดับเบิลยูฝ่าไฟแดงชนตาย ลั่น ไม่ให้อภัยคู่กรณี เผยขอเจรจาค่าทำศพยังบ่ายเบี่ยง ไม่เอาการตายของลูกมาแลกเงิน เผยเหมือนมีลางร้ายก่อนลูกตาย

จากกรณีหนุ่มวัย 15 ปี ซิ่งเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู ฝ่าไฟแดงชนบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์เกียรตินิยม ม.เทคโนโลยีสุรนารี เสียชีวิตคาที่ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. คืนวันที่ 30 ก.ย.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุบริเวณสี่แยกไฟแดง ถนนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ประตู 1 ก่อนถึงประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย ตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา ทำให้ นายธนพล แก้วมูล หรือ เต้ อายุ 24 ปี ชาว อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เสียชีวิตดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดดอนคา อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายธนพล พบญาติกำลังจัดเตรียมงานศพอยู่ในอาการโศกเศร้า โดยเฉพาะ นายรักษ์ แก้วมูล อายุ 58 ปี บิดานายธนพล ซึ่งอยู่ในการเสียใจ มีน้ำตาคลอเบ้าตลอดเวลา นั่งเฝ้าศพลูกชายอยู่ในศาลาวัดพร้อมเปิดเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า รู้สึกเสียใจในการจากไปของลูกชายคนเล็ก ซึ่งมีลูกด้วยกันทั้งหมด 3 คน โดยลูกชายคนนี้กำลังมีอนาคตที่ดี และกำลังจะเรียนต่อปริญญาโทและเอก แต่ต้องมาเสียชีวิตด้วยความประมาทของเด็กวัย 15 ปี ที่ซิ่งรถหรูฝ่าไฟแดง

...

ผู้เป็นพ่อ กล่าวอีกว่า ตอนแรกตนเองและครอบครัวได้เจอคู่กรณี ได้เรียกค่าทำศพไปสองแสนห้าหมื่นบาท แต่คู่กรณียังมีทีท่าบ่ายเบี่ยง จึงนัดให้ไปเจรจากันที่โรงพักพื้นที่ที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเปิดกล้องวงจรปิดให้ดู เห็นชัดเจนว่าคู่กรณีขับผ่าไฟแดง โดยที่โรงพักตนก็พูดกับคู่กรณีว่า ตนไม่ได้เอาความตายของลูกชายมาแลกเป็นเงิน แต่ถ้าคิดแบบนั้นตนจะไม่เอาเงินสักบาท แล้วขอขับรถชนคู่กรณีดูบ้างได้ไหม ทำศพกันเองและก็ยอมติดคุก ทำเอาเยาวชนคู่กรณีถึงกับร้องไห้ โดยทางครอบครัวและเพื่อนร่วมงานของลูกปรึกษากันแล้ว นาทีนี้ขอทำพิธีทางศาสนาให้ลูกเสร็จก่อน และจะเผาในวันอังคารที่จะถึงนี้ ที่วัดดอนคา อ.ท่าตะโก ส่วนคู่กรณีจะมาร่วมพิธีตนก็ไม่ว่าอะไร แต่ยืนยันไม่ให้อภัยแน่นอน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามนายรักษ์ ว่า ก่อนเกิดเหตุมีลางสังหรณ์อะไรไหม นายรักษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวเป็นคนมีสัมผัสทางด้านนี้ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องดีหรือร้ายมักจะขนหัวลุก โดยก่อนลูกชายจะเสียชีวิต ช่วงเวลา 18.00 น. ก็รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมา ยังคิดในใจว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายที่ต้องเสียลูกชายคนนี้ไป.