ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าฯ เผยสถานการณ์แม่น้ำมูลที่อุบลราชธานีสูงกว่าตลิ่งทำน้ำท่วม 12 อำเภอ คาดสูงสุดในวันที่ 4 ต.ค.เตือนบ้านริมน้ำมูลใน อ.เมือง และวารินชำราบ ขนของขึ้นสูงกว่า 2.5 เมตร
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 ก.ย. 65 ที่ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ สำนักงานชลประทานที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการ สทนช. พร้อมด้วย ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมบริหารจัดการอุทกภัย เตรียมรับมือพายุโนรู โดยปัจจุบันระดับน้ำมูลที่สถานีวัดน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตยเทศบาลนครอุบลราชธานี ระดับน้ำอยู่ที่ 113.60 ม.รทก.เพิ่มขึ้น 13 ซม.จากวานนี้ (26 ก.ย.) สูงกว่าระดับตลิ่งฝั่ง อ.วารินชำราบ 1.60 เมตร และสูงกว่าระดับตลิ่งฝั่ง อ.เมืองอุบลราชธานี 60 ซม. มีพื้นที่น้ำท่วม 12 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองอุบลราชธานี อ.วารินชำราบ อ.สำโรง อ.เขื่องใน อ.สว่างวีระวงศ์ อ.ดอนมดแดง อ.ทุ่งศรีอุดม อ.น้ำขุ่น อ.ตาลสุม อ.เดชอุดม อ.นาเยีย และ อ.พิบูลมังสาหาร
...
จากการติดตามสถานการณ์น้ำมูล ที่สถานีวัดระดับน้ำ M7 คาดว่าน้ำมูลจะมีระดับสูงสุดในวันที่ 4 ต.ค. ที่ระดับ 114.53 ม.รทก. อัตราการไหล 3,997 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยขอแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่ลุ่มริมตลิ่งแม่น้ำมูล โดยเฉพาะพื้นที่ อ.วารินชำราบ และ อ.เมืองอุบลราชธานี เก็บทรัพย์สินมีค่าและอพยพให้สูงกว่า 2.5 เมตรจากระดับพื้นดิน ซึ่งน่าจะไม่ท่วมเท่ากับอุทกภัย ปี 2545 และ 2562 ที่ระดับน้ำมูล อยู่ที่ 115.77 ม.รทก. และ 115.97 ม.รทก.ตามลำดับ
ด้านนางรุ่งรวี อ้นคต ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เปิดเผยในที่ประชุมว่าศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้ออกประกาศฉบับที่ 9 (53/2565) เรื่อง พายุ "โนรู"
เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (27 ก.ย. 65) พายุไต้ฝุ่น "โนรู" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลาง
ออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 380 กิโลเมตร จากเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 15.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.7 องตาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 156 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในวันพรุ่งนี้ (28 ก.ย. 65) และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน และจะเคลื่อนผ่านประเทศลาวตอนล่าง และเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและตอนล่างของประเทศไทยในวันที่ 29 ก.ย. 65 หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันตามลำดับ ส่งผลทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในช่วงวันที่ 28-30 ก.ย. 65 มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง ซึ่งมีผลกระทบตามพื้นที่บริเวณจังหวัดต่างๆ ดังนี้
...
ในวันที่ 27 ก.ย. 65 : บริเวณจังหวัดมุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
ในช่วงวันที่ 28-29 ก.ย.65 : บริเวณจังหวัดมุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
ในวันที่ 30 ก.ย.65 : บริเวณจังหวัดนครราชสีมา และบุรีรัมย์
จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน รวมทั้งพื้นที่สุ่มไว้ด้วย และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างอย่างใกล้ชิดต่อไป
ขณะที่ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางกรมชลประทาน ได้มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำมูล บริเวณแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร แล้ว 140 เครื่อง และมีแผนในการระดมเครื่องผลักดันน้ำ อีก 200 เครื่องมาติดตั้งที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำมูล บริเวณอำเภอโขงเจียม เพื่อเป็นการช่วยเร่งระบายน้ำมูลให้ไหลลงสู่แม่น้ำโขงให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดผลกระทบจากอุทกภัยไม่ให้ขยายวงกว้างมากขึ้น
...
หลังการประชุมนายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการ สทนช. แจ้งว่า วันพรุ่งนี้ (28 ก.ย. 65) พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยช่วงเวลา ประมาณ 09.30 น. ตรวจความพร้อมศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ สำนักชลประทานที่ 7 จากนั้น ตรวจความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย ณ ศูนย์ ปภ.เขต 13 อุบลราชธานี และรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ผลการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมอบนโยบายการเตรียมรับมือสถานการณ์พายุโนรู โดยช่วงบ่ายไปแจกถุงยังชีพ และสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ณ บริเวณศูนย์พักพิงชั่วคราว สวนสาธารณะห้วยม่วง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี และบริเวณโครงการพัฒนาคุณภาพน้ำ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี.