"โคราช" ประกาศภาวะอุทกภัยน้ำท่วม 19 อำเภอ ต.จอหอ-ต.บ้านโพธิ์ อ่วม ต้องเร่งระบายน้ำ "พ่อเมือง" ไม่กล้าวางใจฝนในจังหวัดจะสูงสุดประมาณปลายเดือนกันยายน คุยอ่างบึงกระโตน อ.ประทาย ในรอบ 5 ปี มีน้ำ 100% ห่วงอ่างลำเชียงไกรตอนบนต้องแจ้งเตือนวันต่อวัน


เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 65 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมใน จ.นครราชสีมา ว่า จ.นครราชสีมา ประกาศภาวะอุทกภัยทั้งหมด 19 อำเภอ ส่วนใหญ่น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย ส่วนพื้นที่ชุมชนที่มีน้ำท่วมขังตอนนี้อยู่ในเขต ต.จอหอ-ต.ตลาด อ.เมืองนครราชสีมา น้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชน 10 หลังคาเรือน น้ำท่วมขังระยะทาง 500 เมตร ระดับน้ำบางจุดไม่เกิน 30-40 ซม. ซึ่งปัญหาที่ดินสองฝั่งเป็นที่ดินของเอกชน การขุดร่องระบายน้ำก็ได้จำกัด ตอนนี้ขอให้ทางอำเภอเมืองร่วมบ้านเทศบาลตำบลบ้านโพธิ์ไปเจรจากับพี่น้องเอกชนในช่วงฤดูฝนเราจะขอใช้พพื้นที่เพื่อจะระบายน้ำผ่านถนนออกไปก่อน และบริเวณถนนมิตรภาพขาเข้าตัวเมือง หน้าโรงเรียนมหิศราธิบดี ต.บ้านโพธิ์

ทั้งนี้ในส่วนตามเขื่อนขนาดใหญ่น้ำยังไม่เต็ม ทั้งเขื่อนลำตะคอง, เขื่อนลำพระเพลิง, เขื่อนลำมูลบน และเขื่อนแชะ ส่วนขนาดกลางมีหลายแห่งที่เต็มแล้วมี 4-5 แห่ง เรามีการแจ้งเตือนเป็นระยะๆ แล้ว อย่างอ่างฯ ห้วยบง อ.ชุมพวงฯ เราก็ได้แจ้งเตือน เนื่องจากระดับน้ำค่อนข้างจะล้น แจ้งไปยัง ต.หนองหลัก, ต.ประสุข แต่ที่น่าดีใจคือบึงกระโตน อ.ประทาย มีความจุประมาณ 10 ล้านคิว พื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่แล้ง เราหางบประมาณมาขุดลอกและเสริมคันของอ่างเก็บน้ำ และหลังจากนั้นไม่เคยมีน้ำลงบึงกระโตนเลย แต่ที่อื่นๆ น้ำท่วม ที่บึงกระโตนไม่มีน้ำ วันนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่บึงกระโตนมีน้ำเข้าอ่าง 100% ตนคิดว่าผลพวงนอกจากว่าเป็นการสต๊อกน้ำไม่ให้ไปท่วมในพื้นที่ของ อ.ประทาย แล้วส่วนหนึ่งน้ำตรงนี้จะได้ใช้ช่วงฤดูแล้งสำหรับชาว อ.ประทาย

...

นายวิเชียร กล่าวว่า ประเมิน จ.นครราชสีมา ฝนจะมาช้ากว่าที่อื่นๆ ซึ่งน้ำจะท่วมประมาณปลายกันยายน-ตุลาคม ตอนนี้เราติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด เพราะไม่กล้าไว้วางใจ ในกรุงเทพฯ ก็ท่วมไปหลายจุด สถิติฝนใน จ.นครราชสีมา จะสูงสุดประมาณปลายเดือนกันยายน เวลานั้นปริมาณน้ำจะสะสมไปจนถึงเดือนตุลาคม เราก็ติดตามสถานการณ์และพยายามจะแจ้งเตือน วันนี้ก็ต้องเตรียมเรื่องของการระบายน้ำออกตัวเมืองให้เร็วที่สุด สำหรับในพื้นที่ต่างๆ ตอนนี้เราแจ้งเตือนไปหมดแล้ว เรียกว่าวันต่อวันเลยทีเดียว ส่วนพื้นที่การเกษตรตัวเลขที่รายงานเข้ามามีประมาณ 87,000 ไร่สำหรับนาข้าว และพื้นที่พืชไร่ประมาณ 9,000 กว่าไร่ แต่เพียงแต่ว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ตอนนี้ยังไม่สามารถไปสำรวจได้ว่าเสียหายหรือเปล่า

ส่วนอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบนมีสิทธิ์ที่น่าห่วงนิดหน่อย และลำเชียงไกรตอนล่าง ไม่น่าห่วงเท่าไร เนื่องจากประตูที่สร้างใหม่ทั้ง 6 บานสร้างเสร็จเรียบร้อย และมีน้ำอยู่ร้อยละ 70 ยังสามารถรับน้ำได้อีก และสามารถระบายน้ำได้ แต่อ่างลำเชียงไกรตอนบน เนื่องจากว่าหากเต็มแล้วพอระบายมาด้านล่างน้ำอาจจะต้องเอ่อท่วมสองฝั่งบ้าง แต่ถ้าค่อยๆ ปล่อยแล้งลงมาอ่างฯลำเชียงไกร ตอนล่างก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามันเต็มแล้วจำเป็นต้องปล่อยครั้งเดียวอาจจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่สรุปว่าตอนนี้เรายังควบคุมได้.