ชีวิตผีน้อย แรงงานไทยในเกาหลีใต้ หนุ่มวัย 26 ปี ชาวหนองบัวลำภู ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเข้าประเทศแล้วหนีกรุ๊ปทัวร์ แอบทำงานอยู่ 3 ปี สุดท้ายเหลือแต่เถ้ากระดูกกลับบ้าน คาดเสียใจน้องชายตาย เครียดสะสมเรื่องตกงาน ดื่มหนักจนช็อก ย่ารับกล่องกระดูกร้องไห้โฮ

จากการที่มีผู้ใช้ติ๊กต่อกในชื่อ “apple252215” โพสต์คลิปคุณย่าร้องไห้โฮกอดกล่องเถ้ากระดูกหลานชาย ท่ามกลางญาติที่ส่งเสียงร้องระงม โดยคลิปดังกล่าวมีผู้สนใจเข้าชมจนมียอดวิวกว่า 3 ล้านวิว ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อบุคคลในภาพ จนพบว่าเป็นภาพที่เกิดขึ้นที่บ้านหมู่ 5 บ้านโนนสง่า ตำบลโนนเมือง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา หลังจากทางเจ้าหน้าที่สายธารสะพานบุญ นำโดย นางสาวณีรตรี ศรีมูลดา หรือ เปิ้ล ประธานสมาคมสายธารสะพานบุญ จังหวัดหนองบัวลำภู แอดมินเพจที่นี่..เมืองหนองบัวลำภู กับญาติผู้ตาย นำเถ้ากระดูก นายโชฎิพัฒน์ คงดอนหัน หรือ เทอร์โบ อายุ 26 ปี ที่ส่งกลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ หลังเสียชีวิตในห้องน้ำที่พักเพื่อนคนงานไทยบ้านเดียวกันในประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 โดยแพทย์แจ้งว่าคนตายเสียชีวิตด้วยเหตุหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ก่อนที่ญาติจะติดต่อขอความช่วยเหลือจากสถานทูตไทยในเกาหลีใต้ ให้ดำเนินการเผาศพและนำเถ้ากระดูกกลับมาบำเพ็ญกุศลในเมืองไทย

โดยผู้ใช้ติ๊กต่อกรายนี้ระบุข้อความในภาพว่า “ทำงานจากต่างแดนหวังจะสร้างอนาคต แต่กลับมาแค่เถ้ากระดูก พี่ส่งกลับบ้านแล้วนะ ส่งกระดูกจากเกาหลีมาหนองบัวลำภู” ในภาพเป็นนาทีที่ นางป้อม คงดอนหัน อายุ 75 ปี ย่าของผู้ตายที่เลี้ยงหลานคนนี้มาตั้งแต่เล็กเมื่อพ่อแม่แยกทางกัน กอดกล่องเถ้ากระดูกหลานชายร้องไห้คร่ำครวญใจจะขาด สร้างความสะเทือนใจต่อผู้พบเห็นอย่างมาก นอกจากนั้น ผู้ใช้ติ๊กต่อกรายนี้ยังระบุแคปชั่นต่อว่า “พี่ทำตามสัญญา เอาน้องกลับบ้านมาหาพ่อแม่และย่าแล้ว เสียชีวิตจากเกาหลีกลับไทยรับแค่ผงกระดูก” หลังจากคลิปเผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้ามาคอมเมนต์และแสดงความคิดเห็น แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก หลายรายบอกว่ากลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว

...

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 5 บ้านโนนสง่า ต.โนนเมือง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็น บ้านของนางป้อม คงดอนหัน ย่าผู้ตาย ได้มาจัดทำบุญให้เถ้ากระดูกของ นายโชฎิพัฒน์ คงดอนหัน หรือ เทอร์โบ ผู้เสียชีวิตจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งพ่อแม่ ย่า ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้าน ได้จัดงานทำบุญตั้งประสาทผึ้ง โดยได้ตั้งรูปของ นายโชฎิพัฒน์ หรือ เทอร์โบ ผู้เสียชีวิตจากอาการหัวใจวายที่ประเทศเกาหลีใต้ คู่กับ นายธนากร คงดอนหัน หรือ ฟลุ๊ค น้องชายที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ตามประเพณีแบบชาวอีสาน

นางป้อม คงดอนหัน เล่าทั้งน้ำตาว่า ผู้ตายเป็นหลานชายที่เกิดจากลูกชายของตน มีด้วยกัน 2 คนพี่น้อง เป็นชายทั้งคู่อายุห่างกัน 2 ปี ตนเลี้ยงมาตั้งแต่อายุประมาณ 10 ขวบ หลังจากที่พ่อแม่ของหลานทั้ง 2 แยกทางกัน จนอายุได้ 22 ปีเศษ จึงเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้แบบไม่ถูกกฎหมาย (ผีน้อย) มานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยตนกับลูกสาวคือป้าและอาของผู้ตายออกค่าใช้จ่ายให้ไปทำงาน จนเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา น้องชายผู้ตายคือ นายธนากร หรือ ฟลุ๊ค หรือ มืด คงดอนหัน ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะขี่จักรยานยนต์เดินทางกลับมาจาก กทม. ที่อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ก่อนถึงบ้านเพียงไม่ถึง 50 กม. สร้างความเสียใจให้กับหลานชายมาก เพราะมีกันเพียง 2 คนพี่น้อง ทั้งระยะหลังในเดือนที่ผ่านมา โรงงานพลาสติกที่หลานชายทำงานเกิดวิกฤติ มีงานน้อยลง สร้างความเครียดให้หลานชายตนมาก เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา หลานชายแจ้งว่ากำลังนั่งแท็กซี่ไปหาเพื่อนที่เป็นคนงานไทยบ้านเดียวกันเพื่อหางานทำ และพักอาศัยอยู่กับเพื่อนคนงานคนดังกล่าวจนสามารถสมัครเข้าทำงานที่เดียวกับเพื่อนได้แล้ว โดยจะเริ่มทำงานในเช้าวันที่ 15 สิงหาคม 2565 แต่ในคืนวันที่ 14 สิงหาคม นายโชฎิพัฒน์ คงดอนหัน หรือ เทอร์โบ ล้มลงหมดสติในห้องน้ำ ขณะอาเจียนหนักเนื่องจากการดื่มสุรากับเพื่อนคนงานไทย และหยุดหายใจ เพื่อนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจ และติดต่อญาติทางเมืองไทย ตนทราบข่าวประมาณ 02.00 น. เมื่อลูกสาวชื่อ นางกรรณิกา คงดอนหัน อาของน้องฟลุ๊คมาบอกข่าวว่าหลานชายเสียชีวิตแล้ว ตนร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล จากวันนั้นถึงวันนี้ 18 วันเต็มๆ ถึงได้กระดูกของหลานชายกลับมาบ้าน

ขณะที่ นางประหยัด โนนศรีคำ อายุ 55 ปี ป้าของ นายโชฎิพัฒน์ คงดอนหัน หรือ เทอร์โบ กล่าวว่าต้องขอบคุณสถานทูตไทยในเกาหลีใต้ที่ได้ช่วยเหลือแนะนำญาติในการดำเนินการช่วยเหลือจัดการจนได้เผาศพของ นายโชฎิพัฒน์ คงดอนหัน หรือ เทอร์โบ และนำกระดูกกลับมาได้ และตอนแรกญาติเกรงมีความผิดเนื่องจาก นายโชฎิพัฒน์ คงดอนหัน หรือ เทอร์โบ เดินทางเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมาย เพราะใช้วีซ่าท่องเที่ยว แต่แอบหนีจากกรุ๊ปทัวร์ไปหาญาติที่แอบหลบซ่อนทำงานอยู่ก่อนแล้ว และซ่อนตัวทำงานในประเทศเกาหลีใต้มากว่า 3 ปี ซึ่งภายหลังญาติได้ติดต่อสถานทูต และยินยอมให้สถานทูตไทยดำเนินการทุกอย่างแบบศพไร้ญาติ เพราะค่าใช้จ่ายในการจัดการศพแพงมาก ญาติไม่มีปัญญาจัดการ และต้องขอบคุณคนไทยในเกาหลีใต้ที่ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเผา และส่งเถ้ากระดูกกลับประเทศไทย