เขื่อนปากมูล จะเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลสูงสุดทั้ง 8 บาน นาน 10 วันตั้งแต่ 21 -30 ก.ค. ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำมูล ช่วงหน้าเขื่อนลดลง และท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น เตือนท้ายเขื่อนรับมือน้ำสูงขึ้น
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ก.ค. 2565 นายสังวาล พรมสำลี หัวหน้ากองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร กล่าวว่า ตามที่ประชุม คณะทำงานบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 65 ที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี มีมติชะลอการเปิดบานประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลทั้ง 8 บาน ในวันที่ 21 มิ.ย. 65 ออกไป เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อน้ำอุปโภค-บริโภค เนื่องจากระดับน้ำยังไม่ถึงเกณฑ์ และยังมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ โดยแนวทางการเปิดบานประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล ยึดหลักเกณฑ์อัตราการไหลของน้ำที่สถานีวัดน้ำ สะพานเสรีประชาธิปไตย (M7) เทศบาลนครอุบลราชธานี มีอัตราการไหลมากกว่า 500 ลบ.ม./วินาที หรือระดับน้ำโขงที่สถานีวัดน้ำห้วยสะคาม อ.โขงเจียม ที่ระดับ 95 ม.รทก. แห่งใดแห่งหนึ่ง ถึงเกณฑ์ก่อน ติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน
แต่ในปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีการขึ้น-ลง ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ เนื่องจากการระบายน้ำของเขื่อนในแม่น้ำโขงตอนบน จึงพิจารณาอัตราการไหลที่สถานีวัดน้ำสะพานเสรีประชาธิปไตย (M7) เป็นหลัก ซึ่งขณะนี้อัตราการไหลของน้ำที่สถานีวัดน้ำสะพานเสรีประชาธิปไตย (M7) มีอัตราการไหลมากกว่า 500 ลบ.ม./วินาที เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยกองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร จึงจะดำเนินการ ลดระดับน้ำวันละ 20-30 เซนติเมตร โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. 65 เป็นต้นไป เป็นเวลา 10 วัน และเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลสูงสุดทั้ง 8 บาน ในวันที่ 30 ก.ค. 65 ซึ่งในการเปิดบานประตูเขื่อนปากมูลในครั้งนี้ จะมีผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำมูล ช่วงหน้าเขื่อนลดลง และส่วนท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น จึงแจ้งไปยังประชาชน ที่มี เรือ แพ หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่อยู่ริมตลิ่ง ให้ระมัดระวัง ทรัพย์สิน ที่อาจจะได้รับผลกระทบต่อการลด และเพิ่มระดับของน้ำ ในครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงหรือเกิดภัยแล้ง โดยยึดระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำสะพานเสรีประชาธิปไตย (M7) ต่ำกว่า 108 ม.รทก. ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินการ แจ้งให้ส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำท้องที่ เพื่อพิจารณาปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลทั้ง 8 บาน อีกครั้งหนึ่ง.