ส่วนราชการ ภาคเอกชน ยื่นมือให้ความช่วยเหลือแม่วัย 51 ปี ที่ศรีสะเกษ หลังก่อเหตุลักนมไปให้ลูกเพราะไม่มีเงินซื้อ ส่วนคดีความต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม จบที่ศาลตัดสิน
วันที่ 19 ก.ค. ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองศรีสะเกษ นายสำรวย เกษกุล รอง ผวจ.ศรีสะเกษ ได้ประชุมหารือส่วนราชการสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน ตำรวจ ภ.จว.ศรีสะเกษ ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ และเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ น.ส. แจ่ม (นามสมมติ) อายุ 51 ปี ชาวบ้านชุมชนแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ที่ถูกตำรวจจับกุมเนื่องจากก่อเหตุขโมยนม จำนวน 3 กล่อง ราคากล่องละ 13 บาท รวมเป็นเงิน 39 บาท ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งพื้นที่ตัวเมืองศรีสะเกษ เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.30 น. ของวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา อยู่ระหว่างปล่อยตัวชั่วคราว
นายสำรวย เกษกุล รอง ผวจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เบื้องต้น หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน ร่วมกับเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้ลงพื้นที่ติดตามสภาพครอบครัว พบว่า น.ส.แจ่ม ผู้ก่อเหตุ อาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ถึง 10 คน สภาพเป็นบ้านไม้สองชั้นไม่ค่อยแข็งแรง อยู่กันแบบแออัด มีทั้งผู้ป่วยและคนพิการ ทำให้เกิดความเครียดและซึมเศร้า การช่วยเหลือครอบครัวนี้ ก่อนหน้านี้ ได้รับเงินทุนประกอบอาชีพจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของชีวิต จำนวน 40,000 บาท ส่งคืนเดือนละ 800 บาท ไม่มีดอกเบี้ย แต่สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ค้าขายไม่ได้ และไม่ได้ส่งเงินคืนมาหลายเดือนแล้ว ขณะที่การสร้างบ้านให้ใหม่นั้น ยังติดที่ระเบียบ เนื่องจากเป็นที่ดินสาธารณะ ราชการจึงสร้างให้ไม่ได้ ยกเว้นภาคเอกชนจะสนับสนุน ส่วนการหางานทำเพื่อให้มีรายได้ของสมาชิกในครอบครัว สำนักงานแรงงานจังหวัดจะประสานภาคเอกชนให้
...
ในส่วนคดีความ พ.ต.อ. หัสพงศ์ เติมศิริตังคโนบล รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า คดีนี้ เป็นการก่อเหตุลักทรัพย์ในเวลากลางคืน มีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี บุคคลอื่นไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง หรืออย่าเลียนแบบ ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและรอผลตรวจประวัติอาชญากร ก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องศาลต่อไป แต่เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้ให้เหตุผลถึงความจำเป็นและการก่อเหตุที่เป็นราคาทรัพย์เพียงเล็กน้อย ประกอบการพิจารณาของศาลเพื่อบรรเทาโทษ ซึ่งการตัดสินขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
จากนั้น รอง ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชนได้มอบถุงยังชีพ ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นแก่การดำรงชีพแก่หญิงที่ก่อเหตุขโมยนม 3 กล่องให้ลูก โดยผู้ก่อเหตุร้องไห้เสียใจในความผิดที่ได้ทำลงไป และดีใจที่ทุกฝ่ายได้มอบสิ่งของ และเงินช่วยเหลือ ให้กำลังใจ พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่า ต่อไปจะไม่ทำผิดกฎหมายอีก และฝากบอกมาด้วยว่า อย่าทำตามหรือเลียนแบบเด็ดขาด.