เกษตรกรวอนโจรเปลี่ยนเจ้าใหม่ ขโมยตัดสายไฟพ่วงเข้าสวน ตัดสินใจใส่ท่อฝังดิน ยังขุดเอาไปอีก ท้อเดินสายใหม่ครั้งละ 3 พัน คิดถึงผู้ว่าฯ ชัชชาติ เอาสายสื่อสารลงดินจะรอดไหม
วันที่ 18 ก.ค. 65 นายศิริพจน์ อาจจะรงค์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 13 ต.ถลุงเหล็ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ อาชีพเกษตรกร ได้เขียนป้านติดหน้าสวนของตัวเอง ด้วยข้อความว่า "ยอมแล้วคุณโจร" พร้อมนำไปโพสต์ในโซเชียล หวังให้โจรเห็นใจ หลังจากมีคนร้ายเข้าไปขุดเอาสายไฟที่ใส่ท่อฝังดิน เดินเข้าไปในที่สวนของตัวเอง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 100 เมตร และยังมีทรัพย์สินหายไปอีกหลายรายการด้วย ไม่เว้นยางพาราก้อนที่อยู่ในสวนถูกขโมยไปหมด
นายศิริพจน์ เล่าว่า เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายมาขโมยสายไฟที่ตนต่อมาจากบ้านยาวประมาณ 100 เมตร โดยพ่วงแบบโยงเสาทำเองมาในสวน คราวนั้นคนร้ายตัดเอาไปทั้งหมด มูลค่าความเสียหายประมาณ 3,000 บาท
ตอนนั้นตั้งสติคิดว่าถ้าเอาสายไฟไปต่ออีกคงจะโดนเหมือนเดิม จึงลงทุนต่อสายไฟไปใหม่ คราวนี้ร้อยท่อ PVC ฝังดินแนบกับคันนาไปเพื่อป้องกันคนร้ายเห็นสายไฟ ลงทุนไปอีกกว่า 3,000 บาท เพราะต้องใช้ไฟในการปั๊มน้ำรดผักสวนครัว และต่อไฟใช้นอนเฝ้ากรีดยางที่กระท่อมนา
...
แต่ปรากฏว่าเช้านี้จะไปนาเห็นภาพแล้วเข่าทรุด เพราะสายไฟที่เดินท่อฝังดิน มีคนร้ายมาขุดดินลักเอาสายไฟไปอีก นอกจากนี้ที่กระท่อมนาซึ่งได้เก็บบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและบุหรี่ไว้ก็หายไปหมด ที่เจ็บใจคือเหล้าขาวที่เหลือก้นขวดไว้ประมาณ 2 เป๊ก หวังจะเอามาถอนตอนเช้าได้หายไปด้วย รวมถึงยางก้นถ้วยอีกกว่า 20 ก้อน มูลค่าประมาณ 650 บาทหายไปเช่นกัน
นายศิริพจน์ บอกด้วยว่า ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะต่อไฟไปสวนได้อย่างไร เพราะฝังดินยังหาย อยากจะฝากถึงคุณโจร “ให้เปลี่ยนเจ้าใหม่บ้างเถอะครับ” เพราะไม่ไหวแล้ว โดยวันนี้จะเข้าไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมือง เพื่อให้ตำรวจติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอยู่ไม่ไกล เพราะรู้ว่าตนเองจะกรีดยาง 2 วัน แล้วพัก 1 วัน ซึ่งช่วงของหายจะตรงกับวันที่ตนพักทุกครั้ง ซึ่งเหตุที่เกิดกับตัวเองครั้งนี้ ทำให้คิดถึงโครงการเอาสายสื่อสารลงดินของผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ เพื่อป้องกันไฟไหม้ ถ้าเอาลงแล้วจะมีปัญหาเหมือนตนหรือไม่
ผู้สื่อข่าวสอบถาม พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ สมกิจศิริ ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ระบุว่า กรณีดังกล่าวผู้เสียหายต้องมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมือง เอาไว้ก่อน ตำรวจจึงจะทำงานได้ เท่าที่รับฟังปัญหายังมีปัจจัยหลายด้าน ทั้งจงใจเอาทรัพย์สิน หรือจงใจกลั่นแกล้ง.